ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : เปิดขั้นตอนออกหมายจับ สกัดการแสวงประโยชน์

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 ตามกันต่อกับคดีเสี่ยโจ้ ผู้ต้องหาค้าน้ำมันเถื่อน โดยวันนี้เราจะไปเจาะกระบวนการขั้นตอนการออกหมายจับของกระบวนการยุติธรรม มีช่องโหว่ตรงไหนที่ทำให้เสี่ยโจ้หลุดรอดไปได้ แล้วตำรวจจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร คุณรัตนกรณ์ โต๊ะหมัด ไปหาคำตอบมาให้แล้ว

จากเรื่องฉาวที่เกิดการตอบโต้ไปมาระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม กรณีปล่อยให้ผู้ต้องหาคดีสำคัญอย่าง นายสหชัย เจียรเสริมสิน หรือ เสี่ยโจ้ ปัตตานี ผู้ต้องหาค้าน้ำมันเถื่อน หลบหนีไปเพราะเหตุค้นประวัติอาชญากรในสารบบของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่เจอ จนผู้ต้องหาลอยนวลไปต่างประเทศ

คอลัมน์หมายเลข 7 พาไปดูขั้นตอนการออกหมายจับ เพื่อเรียนรู้จากข้อผิดพลาด พบว่าการออกหมายจับ แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ หมายนอก กับหมายใน

หมายนอก เป็นหน้าที่ของตำรวจ เมื่อเกิดคดี พนักงานสืบสวนสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุญาตศาลอนุมัติหมาย เป็นการอำนวยความสะดวกให้ตำรวจติดตามตัวผู้ต้องสังสัยในคดีมาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย จากนั้นจะรวบรวมพยานหลักฐานส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้อง ตามกระบวนการต่อไป

ส่วน หมายใน เป็นอำนาจของศาลเป็นผู้ออกหมายจับ ในกรณีนี้จะเป็นคดีที่เข้าสู่กระบวนการขั้นศาล หรือมีการพิพากษาแล้ว แต่ผู้ต้องหาไม่ได้มาตามนัด หลบหนีคดี หรือมีการดูหมิ่นศาล

แล้ว คดีเสี่ยโจ้ ปัตตานี ข้อผิดพลาดอยู่ที่จุดไหน เมื่อย้อนดูข้อมูลพบว่า ศาลยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้บูรณาการระบบหมายจับร่วมกันเมื่อปี 2562 คือระบบ AWIS หรือ งานฐานข้อมูลหมายจับสำนักงานศาลยุติธรรม โดยก่อนหน้าเป็นการทำงานแยกส่วน ที่ต่างฝ่ายกันต่างทำ

ระบบก่อนหน้าของตำรวจ คือ CIS หรือระบบสารสนเทศอาชญากรรม ที่พนักงานสอบสวนจะนำหมายจับคีย์เข้าสู่ระบบ ซึ่งสามารถเห็นได้เฉพาะในส่วนของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เท่านั้น

ช่องว่างของ คดีเสี่ยโจ้ จึงอยู่ที่ตรงนี้ หากพนักงานสอบสวนได้รับหมายศาล แต่ไม่ได้นำเข้าระบบ เท่ากับว่าคดีนั้น หากผู้ต้องหามีการหลบหนีไปนอกพื้นที่ และจับกุมในคดีอื่น เมื่อตรวจสอบประวัติจะไม่พบหมายจับ

คดีของ เสี่ยโจ้ ค้าน้ำมันเถื่อน ไม่มีหมายจับในสารบบ เป็นเพียงแค่หนึ่งคดีที่เป็นข่าวเท่านั้น หากย้อนข้อมูลกลับไปหลังปี 2562 ก่อนที่ศาลยุติธรรม กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบูรณาการข้อมูลกัน ไม่รู้มีอีกกี่หมายจับที่ไม่นำเข้าสู่ระบบ อาจกลายเป็นแหล่งแสวงหาประโยชน์จากตำรวจนอกแถว ซึ่งเป็นหน้าที่ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องแก้ปัญหา

อีกประเด็นของ เสี่ยโจ้ ที่คอลัมน์หมายเลข 7 จะหาคำตอบต่อ คือ คดีที่อยู่ในอำนาจของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ซึ่งหมายถึงว่าคดีนี้มีเจ้าหน้าที่ของรัฐฉ้อฉลเข้าไปพัวพันขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนด้วย