ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : อย่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง อบต.

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ ชวนท่านผู้ชมติดตามโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. และสมาชิกสภา อบต. 5,300 แห่ง ที่จะมีการหย่อนบัตรลงคะแนนกัน ในวันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายนนี้ มีความผิดปกติใดที่ต้องจับตาหรือไม่ ติดตามจากคุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

เหลืออีกเพียงแค่ 8 วัน ก็จะถึงวันเลือกตั้ง อบต. 5,300 แห่ง ในวันที่ 28 พฤศจิกายนแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรก ในรอบกว่า 8 ปี สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ระดมสรรพกำลัง เดินหน้ารณรงค์ ให้ความรู้กับประชาชน โดยเฉพาะโทษหากทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ทั้ง การซื้อสิทธิ ขายเสียง ใส่ร้าย ป้ายสี ที่มีโทษทั้งปรับ และจำคุก แถมยังตัดสิทธิการเลือกตั้งเป็นเวลาถึง 20 ปี ขณะเดียวกัน การเลือกตั้ง อบต. ครั้งนี้ ยังใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จึงต้องเร่งประชาสัมพันธ์ เพื่อไม่ให้ประชนสับสน ซึ่งในวันอังคารที่ 23 พฤศจิกายนนี้ กกต. จัดกิจกรรม บิ๊กเดย์ รณรงค์โค้งสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้ง อบต.

สิ่งสำคัญอีกประเด็นหนึ่ง คือ การเลือกตั้งครั้งนี้ จัดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาดและน้ำท่วมในบางพื้นที่ แต่ กกต. ก็ยังมั่นใจไม่กระทบการหย่อนบัตรลงคะแนนของประชาชน

แม้ว่า กกต. จะมีการพัฒนาพัฒนาและปรับปรุงแอปพลิเคชัน "ตาสับปะรด" เป็นช่องทางให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องปรามการทุจริตเลือกตั้ง ที่สามารถรายงานสถานการณ์ แจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้งเอาไว้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบปัญหา แตกต่างจากข้อมูลของมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย หรือ พีเน็ต ที่พบความผิดปกติในหลายเรื่อง เช่น พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง เริ่มมีความเคลื่อนไหวซื้อเสียงหัวละ 1,000-1,500 บาท

ในการสังเกตุการณ์เลือกตั้งนายก อบต. และสมาชิกสภา อบต. ครั้งนี้ ทางพีเน็ตภาคเหนือตอนล่าง พบทั้งปัญหาการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง พฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายสมยอมกัน เนื่องจากหลายพื้นที่มีผู้สมัครเพียงแค่คนเดียว จึงเสนอไปถึง กกต. ให้รวบรวมสถิติเหล่านี้ เปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย ไม่ใช่แค่มุ่งรณรงค์เรื่องการใช้สิทธิของประชาชนเท่านั้น

การเลือกตั้ง อบต. นับเป็นฐานรากสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ทุกการหย่อนบัตรของประชาชน หมายถึงอนาคต และการพัฒนาบ้านเกิด แม้ว่าสำนักงาน กกต. จะจัดให้มีศูนย์ป้องกันและปราบปรามการซื้อสิทธิขายเสียง ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ชุดเคลื่อนที่เร็วด้านการข่าวไว้แล้ว แต่อาจไม่เพียงพอ ความร่วมมือจากภาคประชาชน ช่วยตรวจสอบเฝ้าระวังการซื้อสิทธิขายเสียง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริตยิ่งขึ้น หยุดขายเสียง จุดเปลี่ยนประเทศ