7HD ร้อนออนไลน์

นายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณเข้าร่วม CPTPP พร้อมยืนยันไม่เคยคิดปลูกผักชีหรือทำขนส่งแข่งกับใคร

วันนี้ (21 พ.ย.64) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “จับมือ ร่วมใจ พาไทยรอด” ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศครั้งที่ 39 โดยกล่าวถึงการแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจเช่นความเหลื่อมล้ำทางสังคม ปัญหาอุทกภัย หนี้ครัวเรือน ทุกเรื่องถูกบรรจุในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อจะจัดสรรงบประมาณแก้ปัญหาให้ตรงประเด็น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน และอยากทุกกระทรวงทำงานด้วยบูรณาการกัน แต่การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี  ไม่ได้ต้องการที่จะยึดครองอำนาจ แต่เพื่อวางรากฐาน เป็นแผนพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ และได้เล่าถึงหลักการการบริหารประเทศในด้านต่างๆ ที่มีข้อจำกัดในหลายด้าน โดยระบุว่าขอเล่านานหน่อยเพราะสิ่งเหล่านี้อยู่ในความคิดมาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว

ส่วนในด้านการค้า-การลงทุน เช่น ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก CPTPP นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ยังมีข้อดีและข้อเสียอีกมากที่ไทยต้องพิจารณารอบคอบ และเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของไทย ดังนั้น ไทยจะต้องเข้าร่วมเจรจาข้อตกลงบางอย่างที่ยังไม่เป็นประโยชน์กับประเทศ เช่น เกษตร สาธารณสุข แต่ยืนยันว่าการเจรจาครั้งนี้ยังไม่ได้ตกลงเข้าร่วมในทันที

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาราคาผักแพงและเรื่องราคาน้ำมันดีเซล ยืนยันว่าที่สั่งให้ทหารปลูกผักชีไม่ได้ต้องการแข่งขันกับใคร แต่ทหารปลูกอยู่แล้วเพื่อไว้กินเอง แต่หากประชาชนเดือดร้อนก็สามารถมาซื้อกับทหารได้ เช่นเดียวกับการเตรียมรถทหารไว้สำหรับการขนส่ง ในกรณีที่รถบรรทุกหยุดวิ่ง ตนไม่ได้ต้องการที่จะทำขนส่งแข่งกับใคร แต่หากไม่มีรถวิ่งก็จะเกิดปัญหา ขออย่าเชื่อข้อมูลบิดเบือนมีอะไรก็ขอให้ตรวจสอบให้รอบคอบก่อน ตนไม่ได้ดีไปกว่าใคร และก็ไม่ได้คิดว่าเก่งไปกว่าใคร แต่ตนจะทำให้ดีที่สุด

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ายินดีที่จะรับฟังทุกเสียงสะท้อนและนำไปแก้ไขเพราะไม่ใช่คนดื้อ คนใจร้าย หรือคนเผด็จการ แต่ต้องอธิบายให้ได้ว่าจะต้องปรับปรุงแก้ไขในส่วนใด  

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับมอบสมุดปกขาวจากนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นบทสรุปผู้บริหารการประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 39 Connect the Dots Design the Future ที่ได้จัดลำดับความสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ สำหรับดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายใน 99 วันแรก ของการทำงานของคณะกรรมการหอการค้าไทย โดยมี 3 ภารกิจสำคัญ คือ เร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยด้วย Digital Transformation เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และแก้ไขกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้สะดวก

ข่าวอื่นในหมวด