7HDร้อนออนไลน์

จับตาฝรั่งเศสจำลองการติดเชื้อ พัฒนาวัคซีนเชื้อตายประสิทธิภาพสูง Valneva

#โควิด19 โรคนี้จะคงอยู่กับเรา วันนี้ ( 24 พ.ย.64) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุถึงโควิด-19ว่า เดิมเมื่อมีการระบาดใหม่ๆ มีความพยายามที่จะกวาดล้าง ให้ได้เหมือนกับโรคซารส์ที่ระบาดในปี 2003  แต่ไม่สามารถที่จะกำจัดได้ โรคได้ระบาดไปทั่วโลก ต่อมามีความคิดให้ภูมิคุ้มกันหมู่ ยุติการระบาดของโรค ให้ประชากรส่วนใหญ่มีภูมิต้านทาน โดยคาดการณ์ตามอํานาจการกระจายโรค อยู่ที่ 2-3  ก็จะใช้ภูมิต้านทานหมู่ประมาณ 60-70 % ก็น่าจะยุติการระบาดลงได้ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม เป็นสายพันธุ์เดลตา การแพร่กระจายของโรคใด้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีการระบาดรอบใหม่เกิดขึ้น

ปัจจุบันเรารู้แล้วว่า วัคซีนป้องกันความรุนแรงของโรค ลดการป่วยตาย ลดการนอนโรงพยาบาลให้ระบบสาธารณสุขคงอยู่ได้ แต่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ ความหวังภูมิคุ้มกันหมู่ จึงไม่สามารถที่จะให้โรคสงบลงได้ จากบทเรียนของไข้หวัดใหญ่ วัคซีนก็ไม่สามารถที่จะป้องกันการติดเชื้อได้ สามารถป้องกันกลุ่มเสี่ยงลดการป่วยตาย และการระบาดเป็นฤดูกาล สายพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลง จึงต้องมีการเฝ้าระวังสายพันธุ์ คัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสม นำมาพัฒนาวัคซีนประจำปี ไม่ว่าจะเป็น ซีกโลกเหนือ หรือซีกโลกใต้ องค์การอนามัยโลกจะเป็นคนกำหนด

วัคซีนโควิด-19 เมื่อเริ่มต้นพัฒนา เห็นหนทางสดใสมาก เพราะมีประสิทธิภาพมากกว่า 90% ในการลดการป่วยแบบมีอาการ แต่ความจริง ประสิทธิภาพในการป้องกันดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วง 2-3 เดือนแรกเท่านั้น เมื่อนานขึ้นภูมิต้านทานลดลง ไวรัสเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ ทำให้ประสิทธิภาพลดลงอย่างมาก เพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าการป้องกันโรคลดลง จึงมีความพยายามที่จะให้มีการกระตุ้น ให้ภูมิต้านทานขึ้นสูงและอยู่นาน

ในปัจจุบันทราบแล้วว่าภูมิต้านทานที่สร้างขึ้นจากวัคซีนส่วนใหญ่ จะเป็นเพียงส่วนต่อหนามแหลมของตัวไวรัส และภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากวัคซีน สู้ภูมิต้านทานที่เกิดจากการติดเชื้อไม่ได้ ถ้ามีการติดเชื้อแล้วกระตุ้นด้วยวัคซีน ประสิทธิภาพในการป้องกันจะสูงกว่าภูมิต้านทานจากวัคซีนอย่างเดียว

หมอยง ระบุด้วยว่า ตรรกะนี้น่าสนใจ ถ้าจำลองให้เกิดการติดเชื้อแบบไม่มีอาการ หรือการใช้วัคซีนให้คล้ายกับการติดเชื้อมากที่สุด แล้วกระตุ้นด้วยวัคซีนที่มีอยู่ก็จะได้ประโยชน์สูงสุด ฝรั่งเศส (Valneva) กำลังพัฒนาวัคซีนเชื้อตาย ที่ให้มีประสิทธิภาพสูง โดยการใส่สารช่วยกระตุ้นภูมิต้านทาน ถึง 2 ชนิด คือ Alum เช่นเดียวกับวัคซีนของจีน และเพิ่ม CpG เข้าไปอีก 1 ตัว เพื่อจะจำลองให้คล้ายกับการติดเชื้อมากที่สุด ผลการศึกษา ทำให้หลายประเทศโดยเฉพาะในยุโรป ตั้งความหวังไว้มาก มีการจองวัคซีนของฝรั่งเศสไว้เป็นจำนวนมาก

จากข้อมูลทั้งหมดแต่เห็นว่า ถ้าต้องการลดการป่วยตาย ทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงจะต้องได้รับวัคซีนทั้งหมด จะหวังรอภูมิคุ้มกันหมู่ไม่ได้ ประเทศไทยจะต้องฉีดวัคซีนให้มากที่สุด เป้าหมายกระทรวงสาธารณสุข ภายในวันที่ 5 ธ.ค.64 จะต้องฉีดวัคซีนให้ครบ 100 ล้านโดส