7HDร้อนออนไลน์

สามีร้องสื่อ หลังภรรยาฉีดวัคซีนเข็มแรก เกิดอาการชาทั้งตัวพาไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน ตรวจเสร็จให้นอนรอ

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 นายเดชศักดิ์ ซาเกิม อายุ 52 ปี ชาวบ้าน หมู่ 13 บ้านหนองโคบาลเหนือ ต.บึงพะไล อ.แก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูอาการภรรยานางวรรณี ชัยชมพู อายุ 48 ปี ซึ่งได้ไปฉีดวัคซีนที่อนามัยใกล้บ้านซึ่งเป็นวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มที่ 1 เวลาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมงหลังฉีดเสร็จ
พบว่ามีอาการแน่นหน้าอก และแขนขามีอาการชา จึงพาภรรยาส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านปรากฏว่าหลังตรวจร่างกายเสร็จให้ภรรยานอนรอดูอาการกว่า 2 ชั่วโมง ปรากฏว่าไม่มีพยาบาลหรือหมอเดินออกมาดูอาการ จึงพาภรรยาย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอื่น
       
นางวรรณี ชัยชมพู  ผู้ป่วยฉีดวัคซีน เปิดเผยว่า ตนได้ไปฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 เวลาประมาณ 15.30 น. เป็นวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มที่ 1 หลังจากนั้นกลับบ้านมานอนพักและได้กินยาพารา ปรากฏว่ามีอาการแน่นหน้าอกและแขนขามีอาการชาและอ่อนแรง จึงได้เรียกสามีให้พาไปโรงพยาบาลแก้งสนามนาง จากนั้นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้ตรวจเบื้องต้นที่ห้องฉุกเฉิน 20 นาที ได้เข็นตนออกมารอหน้าห้องฉุกเฉินประมาณ 2 ชม. ไม่มีการออกมาดูอาการหรือสอบถามแต่อย่างใด ซึ่งตนยังไม่ดีขึ้นจึงได้เรียกสามีพาไปที่โรงพยาบาลบัวใหญ่ เพื่อรักษา ซึ่งทางหมอโรงพยาบาลบัวใหญ่ให้พักรักษาตัวคาดว่าน่าจะ 1 สัปดาห์ อาการจะดีขึ้น ซึ่งตนคาดว่าผลข้างเคียงก็มาการฉีดวัคซีนแน่นอน เพราะตนก็ไม่มีโรคประจำตัวด้วย

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนางอรัญญา ยศคำลือ หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลโรงพยาบาลแก้งสนามนางได้ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว แต่ให้ข้อมูลว่า วันนั้นได้รับรักษาคนไข้แล้วได้ประเมินคนไข้ ซักประวัติตามอาการ เจาะน้ำตาลในเลือด วัดสัญญาณชีพ ตรวจคลื่นหัวใจ ประเมินการต่อไม่มีอาการผิดปกติ หัวหน้าเวรห้องฉุกเฉิน ได้แจ้งกับผู้ป่วยว่าไม่มีอาการผิดปกติ จึงให้คนไข้มานอนรอสังเกตุอาการ ระหว่างที่นอนรอสังเกตุอาการไม่ทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่แผนกไหน เดินมาพูดคุยว่ายังไม่กลับอีกเหรอ นึกว่ากลับบ้านไปแล้ว ทางโรงพยาบาลยืนยันว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน เพราะเวลาดังกล่าวกำลังให้การช่วยเหลือผู้ป่วย เคสอุบัติเหตุฉุกเฉินรถชน 2 ราย และผู้ป่วยหนักอีก 1 ราย รวมเป็นผู้ป่วยหนัก 3 ราย ขณะที่ผู้ป่วยนอนรอ หลังให้การช่วยเหลือเคสหนัก 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้เดินออกมาดู ปรากฏว่าไม่พบผู้ป่วยแล้ว ทางโรงพยาบาลไม่มีเจตนาไม่ดูแลผู้ป่วย เป็นการสื่อสารผิดพลาดของเจ้าหน้าที่อีกแผนกที่ได้พูดคุยกับคนไข้  ทั้งนี้จึงขออภัยทางผู้ป่วยด้วย