สนามข่าว 7 สี

น้องสาวเหลืออด คว้าปืนยิงพี่ชายเมาสุราอาละวาด เสียชีวิตในบ้าน จ.สุพรรณบุรี

เกิดศึกสายเลือด น้องสาวเหลืออดในพฤติกรรมของพี่ชายแท้ ๆ ชอบดื่มสุราเมาอาละวาด หาเรื่องทำร้ายคนในบ้าน แม้แต่แม่ยังไม่เว้น บังคับให้กราบเท้า โดยคว้าปืนยิงพี่ชายนัดเดียวเสียชีวิตต่อหน้าแม่   

เสียงร่ำไห้ปริ่มขาดใจของหัวอกคนเป็นแม่ ที่ต้องมารับรู้และเห็นเหตุการณ์ที่ลูก 2 คน ฆ่ากันเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา ทันทีที่ตำรวจ สภ.ศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันที่บ้านหลังนี้ อยู่ที่เขตหมู่ 8 ตำบลวังยาง อำเภอศรีประจันต์ จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันกู้ภัย และแพทย์เวรจากโรงพยาบาลศรีประจันต์ ร่วมลงพื้นที่ไปตรวจสอบ เมื่อมาถึงบ้านหลังเกิดเหตุ ปรากฏว่าภาพแรกที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เห็นแล้วรู้สึกสลดหดหู่ใจ เนื่องจากหญิงอายุ 90 ปี ซึ่งเป็นทั้งแม่ผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิต นั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในอาการเสียขวัญ พร้อมกับตัดพ้อที่ชีวิตต้องมาเจอเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้

และเมื่อไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณลานปูนข้างบ้าน พบผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุ 61 ปี นอนหงายอยู่ในสภาพเลือดไหลโชกร่าง ที่กลางหน้าอกพบมีบาดแผลถูกยิงด้วยปืน 1 นัด ส่วนผู้ก่อเหตุก็คือ หญิงอายุ 60 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวของผู้เสียชีวิต ไม่ได้หลบหนีไปไหน ยังยืนอยู่ในจุดเกิดเหตุ พร้อมกับถือปืนขนาดจุด 38 กระบอกที่ใช้ก่อเหตุ นำมามอบให้ตำรวจด้วย

เบื้องต้นจากการสอบปากคำหญิงอายุ 60 ปี ให้การอ้างว่า พี่ชายชอบดื่มสุราทุกวัน พอเมากลับมาบ้านมักจะก่อกวน พาลหาเรื่องทะเลาะกับคนในบ้านตลอด ไม่เว้นแม้แต่แม่ยังถูกราวี ทำร้ายร่างกายเป็นประจำ จนต้องแจ้งตำรวจให้มาจับตัวไปดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายแม่มาแล้ว แต่พอถูกปล่อยตัวกลับมา ก็ยังประพฤติตัวแบบเดิม ดื่มสุราเมาหัวราน้ำ ใครเตือนอะไรก็ไม่เชื่อ

กระทั่งมาคราวนี้ พี่ชายกลับมาถึงบ้านแล้วเปิดฉากด่ากราดพี่น้อง และหยิบท่อนไม้ไล่ตีแม่ และจาบจ้วงหนักขึ้น บอกว่าถ้าอยากให้หยุดพฤติกรรมที่ไม่ดี ต้องให้แม่กราบเท้า พอได้ยินคำนี้มันทำให้เธอโมโห วิ่งกลับไปที่บ้านตัวเอง ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 10 เมตร หยิบปืนมายิงพี่ชายเพราะเหลืออดแล้วจริง ๆ หลังก่อเหตุแล้วได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ โดยยอมรับผิดกับสิ่งที่ได้ทำลงไป

เมื่อคืนนี้ตำรวจได้ควบคุมตัวหญิงอายุ 60 ปี ผู้ก่อเหตุไว้ และในวันนี้ (25 พ.ย.) จะเบิกตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ถึงชนวนเหตุที่แท้จริงว่ามาจากเรื่องอื่นอีกหรือไม่ ก่อนพิจารณาแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป