สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : มอบตัวแล้ว เหตุวิวาทหน้าร้านข้าวต้ม ย่านเพชรเกษม

เหตุทะเลาะวิวาทหน้าร้านข้าวต้ม ย่านเพชรเกษม ที่ตอนแรกมีพยานเห็นหญิงใช้มีดดาบวิ่งไล่ทำร้ายชายสัญชาติลาว ก่อนพบว่าไปเสียชีวิตในซอยใกล้ ๆ กัน จึงเชื่อว่าหญิงคนนี้น่าจะเป็นผู้ลงมือทำร้าย แต่หลังจากที่วานนี้ทั้งชายและหญิงผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ ข้อเท็จจริงกลับไม่เป็นแบบนั้น ส่วนจะเป็นอย่างไร ไปลงสนามข่าวนี้กับคุณธนนันท์ วงศ์วศวัฒน์

จากคำบอกเล่าของพยานในคืนเกิดเหตุ ที่เห็นเหตุการณ์ระยะไกล และภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้ดูเหมือนว่าเหตุทะเลาะวิวาทบริเวณหน้าร้านข้าวต้ม ตรงปากซอยเพชรเกษม 112/1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ ที่ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน และมีผู้เสียชีวิตเป็นชายสัญชาติลาว อายุ 36 ปี ในซอยใกล้กับร้านที่เกิดเหตุ ผู้ต้องสงสัยที่เป็นคนลงมือ เชื่อว่าคือหญิงคนหนึ่งที่ไปนั่งกินอาหารอยู่ในร้านข้าวต้ม แล้วเกิดบันดาลโทสะ หลังถูกผลักล้มลงกับถนน เพราะปาขวดใส่โต๊ะแสดงความไม่พอใจกลุ่มผู้เสียชีวิต

แต่ต่อมาเมื่อหญิงคนดังกล่าวได้ไปเข้าพบกับตำรวจ เพื่อจะแจ้งความเอาผิดกับกลุ่มผู้เสียชีวิต เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นคนเริ่มต้นก่อน ก็ถูกตำรวจควบคุมตัวไว้สอบปากคำทันที ซึ่งหญิงรายนี้ชี้แจงว่า ได้หยิบเอามีดออกมาจากรถ และวิ่งทำท่าไล่ทำร้ายจริง แต่ไม่ได้ทำร้ายใครจนได้รับอันตราย ก่อนจะตามแฟนหนุ่มมาให้การข้อเท็จจริง

หลังการลำดับเหตุการณ์ในคดีนี้ พลตำรวจตรี โชคชัย งามวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ก่อนมาเกิดเหตุที่หน้าร้านข้าวต้ม ทั้งสองฝ่ายได้ไปนั่งดื่มกินที่ร้านอาหารอีกแห่งที่อยู่ใกล้กัน โดยกลุ่มผู้เสียชีวิตมีเรื่องกระทบกระทั่งกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ แต่ครั้งแรกได้พูดคุยเคลียร์ปัญหากันได้ ผู้ก่อเหตุทั้งสองจึงออกจากร้านดังกล่าว ไปนั่งกินข้าวต้มอยู่ในร้านที่เกิดเหตุ

ต่อมากลุ่มผู้เสียชีวิต ก็ตามไปกินข้าวต้มที่ร้านเดียวกัน จากนั้นไม่นานก็มีรถภรรยาของผู้เสียชีวิตมาจอดที่หน้าร้าน ตะโกนด่าทอข้ามโต๊ะที่ผู้ก่อเหตุนั่งอยู่ เรียกให้ผู้เสียชีวิตกลับบ้าน ก่อนจะขับรถออกไป ทำให้หญิงผู้ก่อเหตุไม่พอใจ คว้าขวดเบียร์ขว้างลงกับโต๊ะของตนเอง จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็เริ่มมีปากเสียงกันอีกครั้ง และชนวนเหตุก็มาจากเรื่องที่หญิงผู้ก่อเหตุถูกกลุ่มผู้เสียชีวิตทำร้ายร่างกาย

ขณะที่พ่อของผู้ก่อเหตุที่ตามไปพบลูกชาย หลังทราบข่าวว่าติดต่อเข้ามอบตัวกับตำรวจ ก็รู้สึกแปลกใจกับเหตุการณ์นี้ เพราะที่ผ่านมาลูกชายเป็นคนเรียบร้อย ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใครมาก่อน และเห็นว่าเรื่องนี้เป็นการป้องกันตัวเท่านั้น

เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาชายและหญิงทั้งสองคน ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และเตรียมเรียกกลุ่มผู้เสียชีวิตมาสอบสวนปากคำ เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงอีกครั้ง ส่วนที่ฝ่ายหญิงผู้ก่อเหตุถูกทำร้ายร่างกายและต้องการจะแจ้งความนั้น จะแยกสอบสวนอีกคดี เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย