สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : พบแล้วเด็กชายหนีโรงเรียนประจำ จ.ลพบุรี

หลังจากค้นหามาตลอด 3 วัน 2 คืน ที่สุดพบตัวเด็กนักเรียนชาย 2 คน ที่หลบหนีออกจากโรงเรียนประจำที่จังหวัดลพบุรี แล้ว พบว่าอยู่ในสภาพอิดโรย ส่วนสาเหตุที่หนีนั้น อ้างว่าถูกรุ่นพี่ที่โรงเรียนรังแก และคิดถึงบ้าน ติดตามจากรายงานของคุณศิรัณพร มูลอุทก

ตลอด 3 วัน ที่กู้ภัย ฝ่ายปกครอง ครู และผู้ปกครอง ปฏิบัติการค้นหา เด็กชายปวเรศ บำรุงรัตน์ หรือน้องตัวต่อ อายุ 13 ปี ชาวอุทัยธานี และเด็กชายชนาวีย์ แซ่ย่า หรือน้องกั้ว อายุ 13 ปี ชนเผ่าม้งจากจังหวัดตาก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี 1 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 33 ตำบลดงดินแดง อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี หลังหนีออกจากโรงเรียน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

นอกจากจะพบกระเป๋า หมวก กางเกงชั้นใน และถุงขนมที่ถูกเปิดกิน ยังพบเสื้อยืด รอยรองเท้านักเรียน ปรากฏอยู่ในไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลังเพิ่มเติม จึงเชื่อว่าหลบซ่อนตัวอยู่ในป่า และน่าจะเตรียมการหลบหนี เพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ มีการโทรศัพท์หาผู้ปกครองให้ส่งยากันยุง ขนมมาให้ ส่วนอีกเหตุผลที่มีความเป็นไปได้ คือ น่าจะเลียนแบบพฤติกรรมจากยูทูบเบอร์ชื่อดังเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในป่า

โรงเรียนเผยข้อมูล ก่อนหน้านี้น้องตัวต่อ ตัดพ้อว่าอยากกลับบ้าน เพราะตลอด 5 เดือนที่แม่พามาอยู่โรงเรียนประจำ ไม่ได้เจอหน้าใคร จากสถานการณ์โควิด-19 ครูประจำหอพักจึงเฝ้าระวังและตามประกบ แต่เด็กน่าจะเห็นช่องทางหลบหนี จึงชวนเพื่อนไปด้วย หลังเกิดเหตุโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ รีบออกตามหา เพราะกลัวว่าเด็กจะได้รับอันตราย

ตลอดทั้งกลางวัน และกลางคืน ที่กู้ภัย สนธิกำลังฝ่ายปกครอง ครู ร่วมค้นหาโดยใช้โดรนขึ้นบินสำรวจ และเดินเท้าปูพรม แต่จากการประเมินคาดว่าขนมที่เตรียมมา น่าจะอยู่ในป่าได้ประมาณ 3-4 วัน ส่วนที่เด็กไม่กล้าออกมา อาจจจะกลัวความผิดที่หลบหนีออกจากโรงเรียน จึงได้นำรูปถ่าย พร้อมเบอร์โทรศัพท์ ออกกระจายตามหมู่บ้าน เพื่อให้คนในพื้นที่ช่วยแจ้งเบาะแส

ล่าสุดประมาณ 20.00 น.เมื่อคืนนี้ ชาวในพื้นที่ตำบลดงดินแดง ไปพบเด็กชายทั้ง 2 คนอยู่ริมถนน จึงพยายามส่องไฟหา แต่เด็กพากันวิ่งไปหลบอยู่ในท่อระบายน้ำ จะรีบประสานหน่วยกู้ภัยให้เข้าตรวจสอบ

เด็กทั้ง 2 คน อยู่ในสภาพอิดโรย สอบถามเบื้องต้น บอกว่า ถูกรุ่นพี่ที่โรงเรียนรังแก ประกอบกับคิดถึงครอบครัว จึงชักชวนกันหนีออกจากโรงเรียน และอยากกลับไปเรียนที่บ้าน ซึ่งตลอดช่วงเวลาที่หลบหนีได้อาศัยตามไร่อ้อย ยอมรับว่าได้ยินเสียงตะโกนเรียก แต่คิดว่าเป็นเสียงโทรศัพท์

เด็กชายทั้ง 2 คนปลอดภัย เจ้าหน้าที่ได้นำอาหาร น้ำดื่มมาให้ และรีบนำส่งโรงพยาบาล เนื่องจากว่ามีบาดแผลตามร่างกาย และมีสภาพอ่อนแรง ก่อนจะประสานให้ทั้ง 2 ครอบครัวรู้ข่าว เพื่อมาดูแลด้านสภาพจิตใจต่อไป