เช้านี้ที่หมอชิต

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ยังน่าเป็นห่วง

เช้านี้ที่หมอชิต - สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ตอนนี้ดีขึ้น คาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1-2 วันนี้ ส่วนหลายพื้นที่ในภาคใต้ยังน่าเป็นห่วง น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชน บางจุดระดับน้ำสูงมากกว่า 1 เมตร

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ยังน่าเป็นห่วง
สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอแก่งกระจาน และอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เริ่มดีขึ้น เนื่องจากในพื้นที่ฝนตกน้อยลง ท้องฟ้าเริ่มมีแสงแดดอีกครั้ง โดยที่อำเภอแก่งกระจาน พื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมก่อนหน้านี้ กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

แต่ในพื้นที่หมู่ 3 บ้านในคุ้ง ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง ระดับน้ำที่เคยท่วมสูงกว่า 1 เมตร ขณะนี้ค่อย ๆ ลดลงแล้ว บางจุดชาวบ้านเริ่มเข้าไปทำความสะอาดบ้านได้แล้ว แต่ก็ยังมีอีกกว่า 10 หลังคาเรือน ที่อยู่ในจุดลุ่มต่ำ น้ำยังท่วมสูง และชาวบ้านยังคงต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน

ส่วนเขื่อนเพชร ได้ปรับลดการระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรี และคลองชลประทานสายใหญ่ ลงแล้ว จากเดิมที่ระบายอยู่ที่ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็ลดลงเหลือไม่เกิน 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่อำเภอบ้านลาด และอำเภอเมืองเพชรบุรี เพราะขณะนี้ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1 เมตร คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม ภายใน 1-2 วันนี้ สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

น้ำป่าหลากเข้าท่วม อ.ท่าชนะ พัดฝายกั้นน้ำจนพัง
ที่อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่ช่วงกลางดึกของวันที่ 24 พฤศจิกายน ต่อเนื่องมาจนถึงเมื่อวานนี้ โดยเฉพาะที่ตำบลคลองพา อำเภอท่าชนะ วัดปริมาณน้ำฝนได้สูงสุดถึง 128 มิลลิเมตร จนทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก พัดฝายกั้นน้ำห้วยมอด ซึ่งเป็นฝายกั้นน้ำขนาดเล็ก ในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลคันธุลี จนพังเสียหาย ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ และสถานที่ราชการหลายแห่ง ทั้งที่ว่าการอำเภอท่าชนะ สภ.ท่าชนะ และตลาดท่าชนะ โดยพบว่าบางจุดมีน้ำท่วมตั้งแต่ระดับ 50 เซนติเมตร ไปจนถึงเกือบ 1 เมตร และมีถนนบางช่วงถูกน้ำพัดจนขาด ไม่สามารถสัญจรผ่านได้

ขณะที่ทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังได้ประกาศเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงดินถล่มให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพบว่าขณะนี้ดินได้อุ้มน้ำไว้เต็มที่แล้ว จึงอาจเกิดดินโคลนถล่มลงมาได้

พบศพแล้ว ชาวบ้านที่ไปหาปลา ถูกน้ำป่าพัดจมหาย
ความคืบหน้ากรณี นายสุเมธ ชูชอบ อายุ 38 ปี ชาวบ้านตำบลปากหมาก อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ถูกน้ำป่าพัดจมหาย ขณะไปหาปลากับเพื่อนตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จนหลายฝ่ายต้องระดมกำลังกันช่วยค้นหา

ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (25 พ.ย.) ได้ไปพบศพของนายสุเมธ ที่ลอยไปติดกับกอไผ่ บริเวณคลองยัน ตำบลตะกุกเหนือ อำเภอวิภาวดี ห่างจากบ้านของผู้เสียชีวิตไปประมาณ 3 กิโลเมตร โดยสภาพศพถูกกิ่งไม้ทับอยู่ แต่ยังไม่สามารถนำศพผู้เสียชีวิตกลับมาได้ เพราะจุดที่พบศพนั้นต้องใช้เรือในการลำเลียงมาเท่านั้น ประกอบกับในช่วงนี้มีฝนตกหนักต่อเนื่อง จนเกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมสูงกว่าเดิม อีกทั้งสภาพพื้นที่ลาดชัน โดยทางทีมค้นหาจะวางแผนในการเคลื่อนย้ายศพผู้เสียชีวิตอีกครั้งในวันนี้ (26 พ.ย.)

คุณยายสู้ชีวิต น้ำท่วมสูง อาศัยเก็บผักหาปลายังชีพ
ที่จังหวัดตรัง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำตรัง ยังมีน้ำท่วมสูง เนื่องจากช่วงนี้ระดับน้ำทะเลหนุนสูง อย่างภาพที่เห็นนี้ คุณยายพิมพ์พา ซุ่นสั้น อายุ 73 ปี และน้องสาวอายุ 65 ปี ชาวบ้านหมู่ 3 ตำบลบางรัก อำเภอเมืองตรัง ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก แถมไม่มีเรือใช้ น้ำก็ท่วมสูงถึง 1 เมตร มาตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา และไม่ท่าที่จะลดลง ตอนนี้ทำได้เพียงใช้แผ่นโฟมขนาดใหญ่พายออกเก็บผักบุ้ง และจับปลา บริเวณใกล้ ๆ บ้าน แล้วก็ให้น้องสาวพายออกไปขายริมถนน เพราะคุณยายพิมพ์พา พายไปไกล ๆ ไม่ค่อยไหวแล้ว ส่วนผักบุ้งและปลาก็ขายได้วันละ 80-100 บาท นำมาใช้ประทังชีวิตในช่วงนี้ แถมยังต้องใช้น้ำฝนแทนน้ำประปา เพราะตั้งแต่น้ำท่วม น้ำประปาก็ไม่ไหล

คุณยายบอกว่า ใช้ชีวิตแบบนี้มาจนชินแล้ว เพราะบ้านของตนเองเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ส่วนเพื่อนบ้านอีกหลายคนที่ถูกน้ำท่วมขังแบบนี้เหมือนกัน ส่วนใหญ่ก็จะออกไปเก็บผักบุ้ง ผักกระเฉดขาย ถือว่าเป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส