เช้านี้ที่หมอชิต

โลกต้องจำ! แม่ค้าสุดโต่ง กระโดดเกาะหน้ารถยนต์ เหตุซื้อแล้วหนี

เช้านี้ที่หมอชิต - มาอีกแล้ว กับเหตุการณ์ที่มีคนกระโดดเกาะฝากระโปรงหน้ารถ ซึ่งเมื่อวันก่อนเป็นเหตุการณ์ชายง้อขอคืนดีแฟนสาว แต่มาเหตุการณ์นี้ ไม่มีใครงอนใคร แต่สาเหตุที่ต้องกระโดดเกาะหน้ารถยนต์ เพราะถูกคนร้ายซื้อของไปแล้ว กลับชิ่งหนีไม่จ่ายเงิน

นี่คือภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกเหตุการณ์สุดหวาดเสียว บนถนนแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี เมื่อหญิงอายุประมาณ 50-55 ปี กำลังเกาะติดหนึบอยู่บนฝากระโปรงหน้ารถยนต์ของคนร้ายที่กำลังแล่นมาด้วยความเร็ว ซึ่งชนวนเหตุที่เธอต้องตัดสินใจทำเช่นนี้ เนื่องจากถูกชายเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว ซื้อถังก๊าซหุงต้มไปแล้ว แต่ไม่ยอมจ่ายเงิน

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทีมข่าวเช้านี้ที่หมอชิต ลงพื้นที่สอบถามข้อเท็จจริงกับ นางพิสนุ เหงากุล อายุ 51 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายของชำ โดยเธอเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ ชายคนดังกล่าวขับรถยนต์เข้ามาจอดบริเวณหน้าร้าน จากนั้นก็ขอซื้อถังก๊าซหุงต้ม จำนวน 3 ถัง ซึ่งเป็นเงินจำนวน 8,000 บาท ด้วยความใจดีเธอเห็นว่าชายผู้ก่อเหตุมาคนเดียว จึงช่วยยกถังก๊าซไปไว้ที่ท้ายรถ กระทั่งในจังหวะที่ต้องชำระเงิน ชายผู้ก่อเหตุกลับอ้างนู่นอ้างนี่ ว่าลืมกดเงินบ้าง แอปพลิเคชันของธนาคารก็ไม่สามารถโอนเงินได้ จากนั้นชายคนดังกล่าว ก็ค่อย ๆ เดินไปขึ้นรถ ทำตัวมึน ๆ เดินออกไปแบบเนียน ๆ เธอเห็นท่าไม่ดีจึงตะคอกเสียงถามว่า "จะไปไหน" ทำให้ชายผู้ก่อเหตุรีบสตาร์ตรถ แล้วขับออกไป วินาทีนั้น เธอจึงตัดสินใจกระโดดเกาะฝากระโปรงหน้ารถ และตะโกนบอกให้จอดรถ และชำระค่าถังก๊าซ แต่ก็ชายผู้ก่อเหตุก็ไม่ยอมทำตาม มิหนำซ้ำ ขับรถส่ายไปมา หวังจะให้เธอกระเด็นตกลงไป กระทั่งรถแล่นไปได้ประมาณ 200 เมตร ก็เหยียบเบรกอย่างกระชั้นชิด จากนั้นก็บีบแตรไล่ให้ลงไป วินาทีนั้น เธอฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ชีวิตสำคัญกว่าเงินทอง และสิ่งของ จึงจำใจต้องกระโดดลงมา จากนั้นชายผู้ก่อเหตุก็รีบขับรถยนต์ออกไปต่อหน้าต่อตา

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทีมข่าวลงพื้นที่สอบถามชาวบ้านในละแวกที่เกิดเหตุ ว่ามีใครพอจะรู้จักชายคนดังกล่าวบ้างไหม กลับพบว่า ชายผู้ก่อเหตุเคยขอซื้อถังก๊าซหุงต้ม จำนวน 2 ถัง ซึ่งเป็นเงิน 6,000 บาท จากร้านขายของชำที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยออกอุบายทำนองเดียวกันกับร้านที่เพิ่งก่อเหตุมา

เท่านั้นยังไม่พอ เพราะพฤติกรรมสุดแสบของชายคนดังกล่าว ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะเขาก่อเหตุข้ามจังหวัด ด้วยการขับรถยนต์คันดังกล่าว แล่นเข้าไปภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากนั้นก็เติมน้ำมัน จำนวน 1,440 บาท จากนั้นก็ขับรถออกไปแบบดื้อ ๆ เสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปล่อยให้พนักงานยืนงงกันไปตาม ๆ กัน

หลังเกิดเหตุ บรรดาผู้เสียหายก็เดินทางเข้าแจ้งความที่โรงพักในแต่ละท้องที่เกิดเหตุ เบื้องต้นตำรวจเจ้าของคดียืนยันว่า จะเร่งติดตามตามจับกุมตัวชายผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป