ห้องข่าวภาคเที่ยง

ฝากขังช่างภาพกองประกวดนางงาม

ช่วงเช้าที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.คลองห้า ได้นำตัว นายแทน อายุ 38 ปี เป็นช่างภาพประจำกองประกวดนางงาม ออกมาสอบปากคำเพิ่มเติมซึ่งมีญาติๆของผู้ต้องหาเข้ามารับฟังการสอบปากคำในครั้งนี้ด้วย จากนั้นได้คุมตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดธัญบุรี หลังตกเป็นผู้ต้องหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นด้วยประการใดๆ โดยผู้นั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงประเด็นที่ถูกกล่าวหา นายแทน บอกเพีียงสั้นๆว่า “ผมไม่ได้ทำอะไรผิด” ผู้สื่อข่าวยังถามว่า ได้ข่มขืนหรือกระทำอนาจาร หญิงสาวผู้เสียหาย ตามหมายจับหรือไม่ “นายแทน” ก็ปฏิเสธเสียงแข็งว่า “ผมไม่ได้ทำ” นอกจากนี้ นายแทน ยังให้ข้อมูลอีกว่า “เป็นโปรเจกต์โพรโมตเรื่องผู้หญิง” และยังย้ำอีกว่า “ผมพูดไม่ได้” ซึ่งตลอดการให้ข้อมูลนายแทนมีท่าทาง สีหน้าเรียบเฉย และพูดด้วยเสียงหนักแน่น ปฏิเสธไม่ได้ข่มขืนหรือกระทำอนาจาร

ด้าน พันตำรวจโทสุนทร รัตนพร พนักงานสอบสวน สภ.คลองห้า เปิดเผยว่า ผู้ต้องให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เบื้องต้นได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งญาติได้เตรียมหลักทรัพย์เพื่อขอยื่นประกันตัวในชั้นศาล

สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ นางสาวศรันยา หวังสุขเจริญ หรือ ทนายนิด้า พร้อมผู้เข้าประกวดเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 และทีมงานกองประกวดเข้าแจ้งความที่ สน.ลุมพินี ให้เอาผิดกับนายแทน ช่างภาพชื่อดัง ก่อเหตุกระทำอนาจาร ในระหว่างผู้เข้าประกวดเก็บตัวที่เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา และที่โรงแรมย่านลุมพินี ในช่วงระหว่างวันที่ 9-15 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีผู้เสียหายเป็นผู้เข้าประกวดในเวทีเดียวกัน และเวทีอื่นอีกร่วม 10 คน โดยมี 3 คน ถูกข่มขืนกระทำชำเรา ตอนนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วในหลายพื้นที่ ซึ่งทั้งหมดก็ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการสมยอม บางรายถูกถ่ายคลิปแบล็กเมล์อีกด้วย ส่วนนายแทนถูกตำรวจคบคุมตัวได้เมื่อคืนนี้

ขณะที่ นางสาวศรันยา หวังสุขเจริญ หรือ "ทนายนิด้า" เปิดเผยว่า กรณีของผู้ต้องหาที่ให้การว่า มีพยานหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นความสมยอมของทั้ง 2 ฝ่าย ก็เป็นสิทธิที่ผู้ต้องหาสามารถนำพยานหลักฐานมายืนยันต่อพนักงานสอบสวนและศาล รวมถึงจะมีสิทธิที่จะให้การอย่างไรก็ได้ แต่พยานหลักฐานที่ทีมทนายความมีก็ยืนยันถึงการกระทำความผิดและความไม่สมยอมของลูกความได้ ซึ่งมีทั้งพยานหลักฐานที่เป็นพยานวัตถุและพยานบุคคล แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน อัยการ และศาล

สำหรับคดีที่ดูแลลูกความอยู่ในขณะนี้ มีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความแล้วที่ สภ.คลองห้า 1 คน ส่วนอีก 2 คนอยู่ระหว่างการพูดคุยระหว่างกองประกวดและทีมทนายความ ให้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคนดังกล่าว แต่หลังจากที่จับกุมผู้ต้องหาได้รวมถึงคำให้การของผู้ต้องหาก็ทำให้ผู้เสียหายอีก 2 คนค่อนข้างกังวลใจว่า จะเกิดผลกระทบตามมา จึงต้องให้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง

ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับการอนาจารภายหลังพาผู้เสียหาย 2 คน ซึ่งเป็นอดีตผู้เข้าประกวดฯ และทีมงานกองประกวด ไปแจ้งความที่ สน.ลุมพินี แล้วก็พบว่า มีผู้เสียหายติดต่อเข้ามาหาทางทีมทนายความอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ทีมทนายความอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน หากผู้เสียหายรายใดมีพยานหลักฐานพร้อมและเต็มใจที่จะเข้าแจ้งความ ก็จะพาเข้าแจ้งความเพิ่มเติมอีก