เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : ตำรวจเข้มเลือกตั้ง อบต. พบขัดแย้งหลายพื้นที่

เริ่มกันที่พื้นที่การแข่งขันสูงในการเลือกตั้ง สมาชิกสภา อบต., นายก อบต.,สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำหนดพื้นที่สีแดงเอาไว้ทั้งหมด 382 แห่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสการทุจริต ซื้อสิทธิขายเสียง รวมถึงอาจมีเหตุเกี่ยวกับความรุนแรงต่อทรัพย์ ร่างกายสูง โดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ภาค 8 และ ภาค 2 ซึ่งได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้กว่า 80,000 นายทั่วประเทศ ในการอำนวยความสะดวก และในวันเลือกตั้ง 28 พฤศจิกายนนี้จะมีตำรวจคูหาละ 2 นาย คอยประจำเพื่อดูแลความเรียบร้อยในเลือกตั้ง

ซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรม เตรียมความพร้อมเลือกตั้ง สามารถจับกุมผู้ต้องหา 25,296 คน, อาวุธปืน 3,104 กระบอก, อาวุธสงคราม 19 กระบอก, วัตถุระเบิด 74 ลูก, เครื่องกระสุน 1,191 นัด, ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2,361 คน, บุคคลตามหมายจับ 4,912 คน

แม้ตำรวจจะระดมกำลังตรวจค้นและยึดของกลางผู้ต้องหาได้จำนวน ก็ยังมีเหตุเกิดขึ้น อย่างที่จังหวัดนครศรีธรรมราช อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนชุม และเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งอีกสมัย ถูกคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มาประกบก่อนใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ กระสุนถูกที่แขนซ้ายกระดูกแตกได้รับบาดเจ็บ ต้องตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์พุ่งลงคูน้ำข้างทางเพื่อเอาชีวิตรอด ส่วนคนร้ายได้หลบหนีไป

หลังเกิดเหตุ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาหลักฐานจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนจะเกี่ยวข้องกับที่ผู้บาดเจ็บลงท้าชิงตำแหน่ง นายก อบต. หรือไม่นั้น ต้องขอเวลาในการสืบสวนสอบสวน

ถ้าใครสงสัยว่าทำไมการเลือกตั้งท้องถิ่นเล็กๆ จึงสร้างความขัดแย้งรุนแรง ถึงขั้นสังเวยด้วยเลือด ขอให้ดูงบประมาณที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับ ก็จะได้คำตอบ เพราะในแต่ละปีเม็ดเงินจากภาษีประชาชนกว่า 2 แสนล้านบาท จะถูกจัดสรรไปเพื่อพัฒนาท้องถิ่น โดยในปีงบประมาณ 2565 ทั้งเทศบาลตำบลและ อบต.ได้รับการจัดสรรงบประมาณรวม 217,523 ล้านบาท

ที่น่าสนใจคือรายได้รวมเงินอุดหนุนของ อบต.แต่ละแห่งก็มีแรงจูงใจที่แตกต่างกัน จากข้อมูล ในปีงบประมาณ 2563 พบว่า อบต.บางพลีใหญ่ จังหวัดสมุทรปราการ มีรายได้สูงสุดรวม 638.75 ล้านบาท ต่ำที่สุดคือ อบต.แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีรายได้เพียงแค่ 15.91 ล้านบาทเท่านั้น หรือห่างกันกว่า 50 เท่า ขณะที่ค่าเฉลี่ยต่อ อบต. 1 แห่ง จะอยู่ที่ 45.70 ล้านบาท การแข่งขันจึงยิ่งดุในพื้นที่ที่มีรายได้มาก ซึ่งจากข้อมูลของพีเน็ตภาคเหนือตอนล่าง พบมีการเคลื่อนไหวซื้อเสียงหัวละ 1,000 - 1,500 บาทเลยทีเดียว ขณะที่ทางตำรวจเตือนประชาชนอย่าขายเสียง

ขณะที่ กกต.ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแล้ว 172 เรื่องเป็นเรื่องเกี่ยวกับทุจริตเลือกตั้งประมาณ 60 เรื่อง ขณะที่ตัวเลขจากแอปพลิเคชันตาสับปะรด มี 142 เรื่องแจ้งว่ามีการกระทำทุจริตเลือกตั้ง