7HDร้อนออนไลน์

ก.คลัง จ่อเก็บภาษีความเค็ม ขนมขบเคี้ยว เครื่องปรุงรส อาหารกึ่งสำเร็จรูปไม่รอด

วันนี้ (26 พ.ย.64)  นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า  ขณะนี้กระทรวงการคลัง กำลังพิจารณาแนวทางการจัดเก็บ ภาษีความเค็มตามปริมาณโซเดียม โดยจะดำเนินการจัดเก็บภาษีในช่วงเวลาที่เหมาะสม   เพื่อให้คนไทยลดการบริโภคเกลือโซเดียม  และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ลดผลิตสินค้าที่มีปริมาณโซเดียมสูง   เนื่องจากขณะนี้พบว่า คนไทยบริโภคโซเดียมสูงเฉลี่ย 3,600 มิลลิกรัมต่อวัน  ซึ่งสอดคล้องกับที่ องค์การอนามัยโลกศึกษาพบว่า คนไทยบริโภคเกลือเฉลี่ยวันละ 9.1 กรัม สูงกว่าที่แนะนำที่ 5 กรัมต่อวัน หรือสูงเกือบ 2 เท่า  ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคไตวายเรื้อรังมากขึ้น  ดังนั้น การใช้ภาษีสรรพสามิตเข้ามาช่วยควบคุมปริมาณโซเดียมในอาหาร จะช่วยลดการบริโภคโซเดียมของประชาชนได้  เหมือนกับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตความหวาน     ทั้งนี้ มีเป้าหมายลดการบริโภคโซเดียมของคนไทยในแต่ละวันลงให้น้อยกว่า 20% ต่อคนต่อวัน หรือประมาณ 2,800 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน 

นายอาคม กล่าวอีกว่า ภาษีจากความเค็มจะจัดเก็บทั้งจากอาหารสำเร็จรูป และอาหารกึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว รวมถึงเครื่องปรุงอาหารทั้งหมด เช่น ผงชูรส น้ำปลา เกลือ ผงปรุงรส เป็นต้น โดยจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยดูแล ได้แก่ สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม ขณะที่ร้านอาหาร ภัตราคาร ก็ต้องมีองค์การอาหารและยา (อย.) เข้ามาช่วยดูคุณภาพ โดยจะใช้ระบบเดียวกับภาษีความหวานที่ต้องมีการวัดปริมาณที่ชัดเจน 

อย่างไรก็ตาม  เมื่อมีการใช้เครื่องมือทางภาษีแล้ว จะต้องมีระบบการติดตามและประเมินผลของมาตรการลดการบริโภคโซเดียมด้วยว่า เครื่องมือทางภาษีแล้วจะมีผลต่อการลดการบริโภคอย่างไร อัตราการป่วยจากโรคไตเรื้อรังจะลดลงหรือไม่

ด้านนพ.สุรศักดิ์  กันตชูเวสศิริ นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย และประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม กล่าวว่า  ขณะนี้มีคนไทยป่วยด้วย โรคไตเรื้อรัง 8 ล้านคน  และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น  ดังนั้น การจัดเก็บ ภาษีความเค็ม จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ควรกำหนดหลักเกณฑ์ความเค็มในการจัดเก็บ เช่น ความเค็มมาก เก็บมาก เค็มน้อยเสียน้อย  เป็นต้น