ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงคุณอร่าม สุคันธนาค

เวลา 17.27 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังเมรุวัดธาตุทอง ในการพระราชทานเพลิงศพ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงคุณอร่าม สุคันธนาค ซึ่งถึงแก่อนิจกรรมเนื่องจากปอดติดเชื้อแบคทีเรีย เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 สิริอายุได้ 94 ปี

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงคุณอร่าม สุคันธนาค เกิดเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2469 เป็นบุตรของร้อยเอกหลวงประไพพิมพการ กับนางประไพ สุคันธนาค สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนราชินี และด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นแพทย์รักษาผู้ป่วยจึงสอบเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แผนกวิทยาศาสตร์ และระดับอุดมศึกษาที่คณะวิทยาศาสตร์ (เตรียมแพทย์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเวลา 2 ปี แล้วไปศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในปี 2493

โดยได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนในตำแหน่งอาจารย์ สังกัดภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชศาสตร์ และได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตให้เป็นหนึ่งในคณะแพทย์ผู้ถวายงาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการถวายพระประสูติกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

รวมทั้งได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เป็นหนึ่งในคณะแพทย์ผู้ถวายงานและเฝ้าพระอาการ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ก่อนเสด็จสวรรคต ต่อมาปลายปี 2500 รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงคุณอร่าม ได้รับทุนฟลูไบร์ทและทุนไอซีเอ ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ฟิลาเดลเฟีย และมหาวิทยาลัยดุ๊ก สหรัฐอเมริกา เมื่อกลับมาได้ไปใช้ทุนที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนโอนย้ายกลับมาเป็นอาจารย์ที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเกษียณอายุราชการ ในปี 2529 จากนั้น ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์ประจำ ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัยกรุงเทพมหานครหลายแห่งตามความมุ่งหมายในการเรียนแพทย์เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์โดยเฉพาะผู้หญิงไทย ทั้งยัง ได้ปฏิบัติหน้าที่แพทย์ประจำศูนย์แพทย์พัฒนา สัปดาห์ละ 2 วัน จนเกษียณจากการทำงานอีกครั้งเมื่ออายุ 80 ปีเศษ โดยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ประถมาภรณ์ช้างเผือก และตติยจุลจอมเกล้า

ข่าวอื่นในหมวด