เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : สลด คุณตาฉุกเฉิน รักษาช้า สะท้อนปัญหาระบบรักษาฉุกเฉิน

ครอบครัวนำเถ้าอัฐิของ คุณตาสุทัศน์ บุญยัง อายุ 89 ปี ไปลอยอังคาร หลังล้มป่วยเส้นเลือดในสมองแตก หมดสติที่บ้านในอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาล ต้องรอคอยการรักษาและหาเตียงนานร่วม 10 ชั่วโมง จนสุดท้ายถูกส่งตัวไปรักษาไกลถึงอำเภอฝาง แต่ก็ไม่ทันการณ์เหลือไว้เพียงร่างที่ไร้ลมหายใจ

วันนี้ทีมข่าวช่อง 7HD ติดต่อไปยังครอบครัวของคุณตา ยืนยันไม่ได้ต้องการเรียกร้องเงินหรือค่าเยียวยาอะไร แต่ต้องการให้สังคมได้ทราบปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นกรณีศึกษาให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะเชื่อว่าจะมีประชาชนอีกหลายคนที่ต้องเจอกับปัญหาแบบนี้ แต่ไม่มีโอกาสได้ออกมาเรียกร้องอะไร

ขณะที่ทีมข่าวพยายามติดต่อไปยัง สปสช. เขต 1 เชียงใหม่ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทาง สปสช. เขต 1 สั่งให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ โดยเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอรายงานจากโรงพยาบาลเอกชน จึงยังไม่สามารถสรุปอะไรได้ คาดว่าจะใช้เวลารวบรวมข้อมูลต่างๆ ประมาณ 2-3 วัน จะได้ความชัดเจนก่อนที่จะมีการแถลงกับสื่อมวลชน

ย้อนกลับไปวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ช่วงประมาณ 17.00 น. จากคำบอกเล่าของญาติผู้เสียชีวิต คุณตาสุทัศน์เกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตก หมดสติอยู่ภายในบ้านพัก จึงเร่งพาตัวส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้บ้านที่สุด ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน โดยไปถึงประมาณ 17.30 น. แพทย์ประเมินอาการ เอกซเรย์แล้วบอกว่าคนไข้ต้องได้ใส่ท่อช่วยหายใจ แต่เมื่อตรวจสอบพบว่าคุณตามีสิทธิบัตรทองรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งที่อยู่ใกล้กันทางโรงพยาบาลจึงได้ส่งต่อไปที่โรงพยาบาลตามสิทธิ โดยไปถึงประมาณ 21.00 น. แต่โรงพยาบาลตามสิทธิแจ้งกับญาติว่ารับรักษาไม่ได้เพราะเตียงเต็ม ก่อนจะประสานไปที่โรงพยาบาลอื่นๆ อีก 5 แห่ง แต่ก็ไม่มีเตียงว่าง สุดท้ายได้เตียงที่โรงพยาบาลอำเภอฝาง ซึ่งอยู่ไกลออกไป 156 กิโลเมตร โดยไปถึงโรงพยาบาลฝาง เวลา 03.00 น. รวมระยะเวลาทั้งหมดที่คุณตาต้องรอคอยการรักษาเกือบ 10 ชั่วโมง

ซึ่งแพทย์ที่โรงพยาบาลฝาง ประเมินว่าไม่สามารถรักษาได้แล้วเพราะมีอาการเลือดคั่งในสมองถึง 90% ทำได้เพียงรักษาตามอาการ ใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น สุดท้ายคุณตาก็สิ้นใจ 16.45 น. ของวันถัดมา

ประเด็นที่สังคมตั้งคำถาม คือ ความล่าช้าในการช่วยเหลือผู้ป่วย แม้จะอาการหนัก แต่หากได้รับการรักษาที่เร็วกว่านี้คุณตาอาจจะยังมีโอกาสรอด รวมถึงการส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ ทั้งๆ ที่อาการของคุณตาน่าจะถือว่าเข้าข่ายผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตแล้ว ซึ่งมีสิทธิที่จะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ 72 ชั่วโมง