เช้านี้ที่หมอชิต

ฝนถล่มต่อเนื่องหลายวัน น้ำหลากท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ จ.นครศรีธรรมราช

เช้านี้ที่หมอชิต - หลายจังหวัดในภาคใต้ ยังต้องเผชิญน้ำท่วม เนื่องจากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ยาวจนถึงวันที่ 1 ธันวาคม

จังหวัดนครศรีธรรมราช มีฝนตกลงมาต่อเนื่อง ตั้งแต่คืนวันที่ 28 พฤศจิกายนเป็นต้นมา ส่งผลให้ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 29 พฤศจิกายน เริ่มมีน้ำหลากเข้าท่วมผิวการจราจร ถนน ชุมชน ในเขตตัวเมืองนครศรีธรรมราช ทั้ง ถนนเพนียด ถนนบ่ออ่าง ถนนโรงไก่ ถนนท่าโพธิ์ ชุมชนหลังโรงพยาบาลคริสเตียน ชุมชนราเมศร์ รวมทั้งชุมชนอื่น และถนนสำคัญอีกหลายสาย เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่น้ำท่วมถนน หรือท่วมผิวการจราจร

นอกจากนี้ น้ำได้ทะลักเข้าท่วมบริเวณตลาดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ตำบลท่าวัง โดยเฉพาะบริเวณถนนปากนคร ถนนสำคัญด้านหน้าของตลาด ซึ่งเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจที่สำคัญ น้ำทะลักเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชน พ่อค้าแม่ค้า เจ้าของธุรกิจ เตรียมตัวหรือตั้งหลักไม่ทัน โดยขณะนั้นระดับน้ำมีความสูงประมาณ 50-70 เซนติเมตร ชาวบ้านต้องเร่งหากระสอบมากั้นน้ำบริเวณหน้าร้าน หน้าบ้าน หน้าอาคาร

ขณะที่ เจ้าหน้าที่เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ของสำนักงานชลประทานจังหวัดนครศรีธรรมราช เร่งทำการสูบน้ำที่ท่วม และสูบน้ำจากท่อระบายน้ำใต้ผิวการจราจรริมถนนสายต่าง ๆ ของชุมชน เพื่อผลักดันน้ำลงคลองท่าซัก และคลองท่าโพธิ์ เร่งผันน้ำที่ท่วมอยู่ในเขตตัวเมืองให้ไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทยโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด

นายสายัน กิจมะโน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช เผยว่า ทางจังหวัดยังคงแจ้งเตือนประชาชน เรื่องการเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากเขตป่าต้นน้ำยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมรับมือกับอุทกภัย ดินถล่ม และภัยธรรมชาติ ที่เกิดจากฝนตกหนัก และแจ้งเตือนชาวประมง เรื่องมรสุมในทะเลอ่าวไทย ทะเลคลื่นสูง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ฝนตกหนักต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้ปริมาณน้ำฝนสะสมเป็นจำนวนมาก และน้ำป่าเริ่มไหลหลากจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ โดยในช่วงค่ำที่ผ่านมา (29 พ.ย.) เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 100 หลังคาเรือน โดยเฉพาะในพื้นที่ อำเภอเคียนซา บ้านนาสาร บ้านนาเดิม 

ที่ อำเภอบ้านนาสาร ชาวบ้านตำบลควนศรี ได้รับความเดือดร้อน 5 ครัวเรือน, ตำบลควนสุบรรณ ได้รับความเดือดร้อน 6 ครัวเรือน, หมู่ 2 ตำบลน้ำพุ ได้รับความเดือดร้อน 60 ครัวเรือน สะพานเชื่อมต่อระหว่าง หมู่ 5 กับ หมู่ 3 ตำบลทุ่งเตา น้ำเซาะหัวสะพานเป็นหลุมลึก ไม่สามารถสัญจรได้  ส่วนที่ อำเภอบ้านนาเดิม มีน้ำหลากเข้าท่วม 2 ตำบล 8 หมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อนประมาณ 150 ครัวเรือน

นอกจากนี้ ที่ถนนสายสุราษฎร์ อำเภอบ้านนาสาร ถูกน้ำท่วมสูงบริเวณแยกบางใหญ่ หน้าศาลแขวง และหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี การสัญจรเป็นไปด้วยความลำบาก เนื่องจากมีปริมาณน้ำท่วมผิวจราจรสูงบางแห่งประมาณ 30 เซนติเมตร ขณะที่ นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายจำนง สวัสดิ์วงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด