7HD ร้อนออนไลน์

ธปท.ยังไม่ประเมินผลกระทบ “โอไมครอน” แต่ติดตามใกล้ชิดคาดกระทบเศรษฐกิจปีหน้า

วันนี้ (29 พ.ย.64)  น.ส.ชญาวดี  ชัยอนันต์  ผู้อำนวยการอาวุโส  ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  แถลงภาวะเศรษฐกิจเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน   โดยเครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ๆ ปรับตัวดีขึ้น หลังจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด  และได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการของภาครัฐ  โดยเฉพาะการใช้จ่ายของภาครัฐ  มีบทบาทสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจ  ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทยอยปรับขึ้น แม้จะยังคงอยู่ในระดับต่ำ  เช่นเดียวกับการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นในหลายหมวดสินค้า

อย่างไรก็ตาม  อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่มขึ้นตามราคาผักที่แพงขึ้น และราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่่ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก  ตลาดแรงงานยังคงเปราะบาง แม้ปรับดีขึ้นบ้างตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ส่วนการบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน หลังการทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดและการฉีดวัคซีนที่มีความคืบหน้าต่อเนื่อง ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม รายได้ครัวเรือน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทยอยฟื้นตัว

สำหรับการแพร่ระบาดการระบาดของไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ “โอไมครอน” ที่เริ่มพบในหลายประเทศ นั้น   ธปท.อยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ชัดเจนถึงความรุนแรงของโควิดสายพันธุ์ใหม่  ซึ่งในการประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง.เดือนหน้า จะพิจารณาเรื่องนี้  แต่ก็เชื่อว่า “โอไมครอน”  ยังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมปีนี้ เพราะเศรษฐกิจไตรมาส 3 ออกมาดีขึ้น  หากจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย หรือเห็นถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้จริง ๆ ก็คงเป็นในปีหน้า

“เศรษฐกิจไตรมาส 3 ที่ออกมาสูงกว่าที่คาดไว้   ภาพรวมเศรษฐกิจไตรมาส 4 น่าจะทรงตัว หรืออาจจะดีขึ้นเล็กน้อย  ดังนั้น  เศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะโตได้ตามที่ กนง.คาดการณ์ไว้ 0.7%”