สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ปิดคดีลูกโหดยิงกลางสี่แยก จ.กาญจนบุรี

จากกรณีคนร้ายก่อเหตุอุกอาจ ใช้อาวุธปืนไล่ยิงกลางสี่แยกไฟแดง ในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นชายหนุ่มคนสนิทกับแม่ของผู้ต้องหาที่นั่งในรถมากับผู้ตาย ส่วนปมสาเหตุผู้ต้องหารับเพียงจะไปพูดคุยกับแม่ให้เลิกกับชายคนดังกล่าว แต่ถูกผู้ตายด่าทอบุพการี จึงโมโห ใช้ปืนที่พกไปกระหน่ำยิง ไปติดตามกับคุณไพศาล รัตนบรรเทิง

เป็นภาพวงจรปิดบริเวณลานจอดรถของวังสารภีพลาซ่า หมู่ 9 ตำบลปากแพรก อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี บันทึกภาพขณะ นายอำพล ยุ้งทอง อายุ 27 ปี วิ่งเข้ามาหลบบริเวณหลังรถยนต์คันหนึ่ง ก่อน นายสิทธิชัย มั่นคง อายุ 29 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ตามมาอย่างกระชั้นชิด แล้วใช้อาวุธปืนยิงจนล้ม หลังจากนั้นเดินมาจ่อยิงตามร่างกายรวมทั้งหมด 9 นัด อย่างใจเย็น ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ก่อนถึงจุดที่ภาพวงจรปิดจับภาพวินาทีชีวิต บริเวณสี่แยกไฟแดงวังสารภี อำเภอท่าม่วง นายสิทธิชัย ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดขวางด้านหน้ารถยนต์กระบะ ที่ผู้เสียชีวิตและแม่ของผู้ต้องหานั่งอยู่ในรถ จากนั้นได้พยายามเปิดประตูรถยนต์ฝั่งคนขับที่มีแม่ของผู้ต้องหานั่งอยู่ จนเกิดมีปากเสียงกันขึ้น ไม่นานผู้เสียชีวิตก็เปิดประตูรถวิ่งหลบหนี แต่ผู้ต้องหาก็ขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรตามไปอย่างรวดเร็ว

จนเมื่อมาถึงลานจอดรถ ผู้ต้องหาชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิงแบบไม่ยั้ง ทำให้ผู้เป็นแม่ถึงกับช็อก เป็นลมล้มทั้งยืน

หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด รวบรวมพยานหลักฐานจนขอศาลอนุมัติออกหมายจับ นายสิทธิชัย หรือ แม็ก มั่นคง อายุ 29 ปี หนุ่มพนักงานกองช่าง ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี จนต่อมา นายสิทธิชัย ทนแรงกดดันไม่ไหว ประสานเข้ามอบตัวกับตำรวจ พร้อมของกลางปืนขนาด 9 มม. และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ภรรยาและเพื่อนของผู้ต้องหาตกใจ เพราะปกติเป็นคนนิสัยดี ไม่เคยมีปัญหากับใคร

ด้าน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้ลงพื้นที่ไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนออกมาแถลงปิดคดีนี้ว่า ปมเหตุเกิดจากความไม่พอใจที่ผู้เสียชีวิตมามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแม่ ที่ผ่านมาพยายามพูดคุยขอให้ทั้ง 2 ฝ่าย ยุติความสัมพันธ์ลง แต่ผู้เสียชีวิตไม่ยอม วันเกิดเหตุมาทราบว่าแม่และผู้เสียชีวิตจะเดินทางไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลพยุหเสนา จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาเพื่อหวังมาเจรจาอีกครั้ง แต่กลับมีปากเสียงกับอย่างรุนแรง อีกทั้งยังถูกฝ่ายชายเพื่อนสนิทแม่ ซึ่งถือว่าอายุรุ่นราวคราวเดียวกันด่าหยาบคายถึงบุพการี จึงโมโหใช้ปืนที่พกมาก่อเหตุดังกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อจบการแถลงข่าวเสร็จสิ้น ตำรวจไม่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพราะผู้ต้องหาไม่ยินยอม แต่ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐาน ทั้งกล้องวงจรปิด รถจักรยานยนต์ และอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ