ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : เปิดพฤติกรรม ผกก.โจ้ ปมรถหรู จับ-รับเงินเอง

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 ตามต่อคดีรถหรูเลี่ยงภาษี 410 คัน ที่ผู้กำกับโจ้ตรวจยึด เบื้องต้นตำรวจสอบสวนกลางพบข้อพิรุธ ผู้กำกับโจ้ทั้งยึดรถ ประสานหน่วยงานต่าง ๆ ตรวจสอบ แถมยังรับเงินรางวัลด้วยตนเองทั้ง 410 คัน ไปติดตามกับคุณรัตนกรณ์ โต๊ะหมัด

คอลัมน์หมายเลข 7 ตามต่อคดีรถหรู 410 คัน หลีกเลี่ยงภาษีนำเข้า จากฝีมือการจับกุมของ พันตำรวจเอกธิติสรรค์ อุทธนผล อดีตผู้กำกับ สภ.เมืองนครสวรรค์ หรือ ผู้กำกับโจ้ ในจำนวนนี้มี 270 คัน แจ้งหายที่ต่างประเทศ แบ่งพฤติกรรมเป็น 2 ส่วน คือ แจ้งหายก่อนตรวจยึด 101 คัน แจ้งหายหลังตรวจยึด 169 คัน ส่วนอีก 80 คัน มีการลงทะเบียนเข้าประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ภายหลังเจ้าของกลับล่องหน และรถทุกคันที่ถูกจับเสียบกุญแจทิ้งไว้ทั้งหมด

ความคืบหน้าการร่วมมือปราบปรามขบวนการฉ้อฉล ล่าสุด ทางการมาเลเซียพบข้อมูลเพิ่มเติม รถหรู 410 คัน ที่ผู้กำกับโจ้ตรวจยึด เป็นรถที่มีการจดทะเบียนจากมาเลเซีย 240 คัน และทุกคันทำประกันรถหายไว้

คำถามที่ต้องหาคำตอบ คือ รถที่ผู้กำกับโจ้ตรวจยึดมีข้อพิรุธ ส่วนใหญ่มีการแจ้งหาย หลังจากผู้กำกับโจ้เดินเรื่องถึง 7 หน่วยงาน เพื่อยืนยันว่ารถไม่มีเจ้าของ ก่อนส่งต่อกรมศุลกากรขายทอดตลอด

อีกประเด็นที่เจอต้นตอ เดิมขั้นตอนการปฏิบัติการจับรถหรูของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องให้สถานีตำรวจในพื้นที่ที่ยึดรถได้เป็นคนดำเนินการประสาน 7 หน่วยงาน แต่รถของผู้กำกับโจ้ 410 คัน พบกินเรียบ เดินเรื่องเองหมดทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ ยันไปรับเงินรางวัลนำจับจากกรมศุลกากร โดยมีการลงลายมือชื่อมอบอำนาจ

เป็นสิ่งที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางต้องไปขุดคุ้ยว่าการกระทำของผู้กำกับโจ้ มีการติดสินบน หรือจ่ายส่วยให้ใคร หน่วยงานไหนหรือไม่ เพราะทั้ง 7 หน่วยงาน ไม่เคยตรวจพบข้อพิรุธ

การนำเข้ารถหรูเลี้ยงภาษีของผู้กำกับโจ้ จากพฤติการณ์คงไม่ได้ทำแค่คนเดียว ไม่มีทางเป็นไปได้ที่รถราคา 20-30 ล้านบาท จะถูกจอดทิ้งไว้พร้อมกุญแจ โดยไม่มีเจ้าของ ไม่มีที่มาที่ไป เป็นหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานต้นสังกัดอย่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ต้องเฉือนเนื้อร้ายทิ้ง ก่อนจะลุกลามพาเน่าไปทั้งระบบ