สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ตำรวจมั่นใจ หลักฐานมัดตัวมือวางเพลิงโรงงานน้ำมันเครื่อง จ.นครปฐม

เมื่อวานนี้ ตำรวจเปิดหลักฐานเด็ด กล้องวงจรปิดที่กู้ข้อมูลมาได้ จับภาพผู้ต้องหาก่อเหตุวางเพลิงโรงงานเก็บน้ำมันเครื่อง ในจังหวัดนครปฐม ด้าน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 มั่นใจใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีได้ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเยียวยาชาวบ้านรอบโรงงานที่ได้รับผลกระทบเกือบ 100 ครัวเรือน ไปลงสนามข่าวกับคุณไพศาล รัตนบรรเทิง

เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงงาน "ประภากรออยล์" ในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ที่เจ้าหน้าที่กู้ข้อมูลขึ้นมาได้ หลังเกิดเพลิงไหม้จนเสียหายทั้งหมด และเพลิงยังลุกลามไปยังชุมชนใกล้เคียงบ้านเรือนเสียหายไปเกือบ 100 หลัง เป็นภาพสำคัญเห็นว่า นางสาวสิรานี หัวหน้าแผนกคลังสินค้าของโรงงาน กำลังเดินเข้าไปในคลังน้ำมันเครื่อง ในมือถือกระดาษเอ 4 ก่อนใช้ไฟแช็กเผาจนเกิดเพลิงลุกไหม้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญจนนำไปสู่การจับกุมดำเนินคดี

เมื่อวานนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เดินทางมาที่ สภ.โพธิ์แก้ว เพื่อสอบปากคำ นางสาวสิรานี ด้วยตัวเอง ก่อนออกมาเปิดเผยว่า เบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง และทำเพียงคนเดียว ส่วนมูลเหตุเกิดจากการถูกดุด่า แต่รายละเอียดยังไม่ขอเปิดเผยเนื่องจากอยู่ในสำนวนการสอบสวน แต่มั่นใจในพยานหลักฐานสามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้แน่นอน

ส่วนที่ชาวบ้านหลายคนมองว่า โรงงานแห่งนี้ขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ หลังตั้งอยู่ในเขตชุมชน โดยขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบ ด้าน เจ้าของโรงงาน เปิดเผยว่า ความเสียหายครั้งนี้มูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท พร้อมยอมรับก่อนหน้านี้เคยดุด่าผู้ต้องหาจริง แต่เป็นเพียงเรื่องงานเท่านั้น ไม่คิดว่าจะสร้างความไม่พอใจถึงขั้นวางเพลิง ส่วนลูกชายก็เป็นคนรักลูกน้องมาโดยตลอด

ส่วนความเสียหายชุมชนรอบโรงงาน โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ติดกับจุดเกิดเหตุ ถูกเปลวเพลิงและคราบน้ำมันจนทรัพย์สินในบ้าน ทั้งกระจก ประตู หน้าต่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งโครงสร้างอาคารเสียหาย ไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านได้ เช่นเดียวกับน้ำในคลองที่เต็มไปด้วยมลพิษ คราบน้ำมันเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ จนชาวบ้านอยู่กันอย่างยากลำบาก จึงเรียกร้องให้ทางโรงงานและภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ

ขณะที่ความช่วยเหลือทางเทศบาลอ้อมใหญ่ ได้ตั้งโต๊ะเปิดให้ชาวบ้านลงทะเบียนรับการเยียวยา เบื้องต้น พบบ้านเสียหายทั้งหลัง 15 หลัง และเสียหายบางส่วนเกือบ 50 หลัง ซึ่งตลอดทั้งวันมีชาวบ้านเข้ามาลงทะเบียน พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือโดยเร็ว โดยเฉพาะกลิ่นเหม็นจากน้ำมันเครื่องที่คละคลุ้ง