เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : ไขปมวัคซีนโควิด-19 กู้สภาพผู้ป่วยกลับมาฟิตอีกครั้ง

เริ่มนับถอยหลังกันแล้วกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ครบ 100 ล้านโดส ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ ซึ่งล่าสุดตัวเลขการฉีดวัคซีนมียอดสะสมแล้วกว่า 93 ล้านโดส

แต่ผลการฉีดวัคซีนก็มีทั้งด้านบวก และลบ โดยเมื่อตรวจสอบด้านบวก จะพบว่ามีหลายกรณีของอดีตผู้ป่วยสูงวัย อายุเฉลี่ยตั้งแต่กว่า 50 ปี ถึงเกือบ 90 ปี บางคนมีสภาพนอนติดเตียง บางคนแขนขาอ่อนแรง เดินต้องประคองไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

แต่หลังไปฉีดวัคซีนโควิด-19 ไม่ว่าจะยี่ห้อซิโนฟาร์ม ซิโนแวค หรือ แอสตร้าเซนเนก้า สภาพร่างกายของบุคคลกลุ่มนี้ กลับมากระปรี้กระเปร่าเดินได้คล่อง รับประทานอาหารได้ มีแรงทำกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วยตนเอง จนเกิดความฮือฮาต่อผู้พบเห็นและทราบข่าว ยกให้วัคซีนเป็นยาสร้างปาฏิหาริย์ให้ชีวิตซึ่งเรื่องนี้ทีมข่าวตีตรงจุด 7HD ตรวจสอบกับ ศาสตราจารย์แพทย์หญิงกุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่าวัคซีนไม่ได้มีผลต่อการฟื้นตัวของร่างกาย แต่อาจเกิดจากผู้ป่วยบางคนมีสัญญาณการเจ็บป่วยดีขึ้นอยู่ก่อนแล้ว เมื่อร่างกายขยับได้จากการไปฉีดวัคซีนจึงทำให้มีกำลังใจสู้โรคเพิ่มขึ้น

ส่วนด้านลบของการฉีดวัคซีนพบปัญหาเช่นกัน เริ่มตั้งแต่อาการเล็กๆ อาทิ ปวดและเวียนศีรษะหน้ามืด มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นขึ้น คันและบวมบริเวณจุดฉีดวัคซีน เกิดอาการชา แขนขาอ่อนแรง แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ผมร่วง และแพ้อย่างรุนแรง แต่อาการเหล่านี้ก็พบได้น้อยมาก

สอดคล้องกับผลการจ่ายเงินเยียวยาจากการฉีดวัคซีนของ สปสช. ล่าสุด เมื่อเที่ยงวันนี้ ซึ่งฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 93 ล้านโดสนั้น

มีผู้ยื่นคำร้องขอรับการเยียวยาผลกระทบจากวัคซีนมาแล้ว 10,073 กรณี ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนเข็มแรกมากถึง 6,371กรณี ในจำนวนนี้ไม่เข้าเกณฑ์ 1,581 กรณี คิดเป็นเกือบ 16 เปอร์เซ็นต์ อยู่ระหว่างรอพิจารณา 1,725 กรณี คิดเป็นกว่า 17 เปอร์เซ็นต์โดยเพศหญิงยื่นเรื่องเข้ามามากกว่าเพศชาย และมีอายุเฉลี่ยกว่า 48 ปี

คุณหมอ ยังย้ำว่า แม้ขณะนี้จะยังไม่มีข้อมูลชัดเจนในการฉีดวัคซีนโควิด-19 สู้กับเชื้อโควิดกลายพันธุ์โอไมครอน ได้ดีหรือไม่ เนื่องจากกำลังศึกษาวิจัย ซึ่งนับจากนี้ไปราว 2 สัปดาห์ ผลนี้จะออกมาให้ทราบกัน

แต่สิ่งที่คุณหมอ ยืนยัน คือ วัคซีนยังช่วยลดอัตราความรุนแรง ของการป่วย และเสียชีวิตจากโควิด-19 ได้ จึงอยากเชิญชวนผู้ป่วยโดยเฉพาะกลุ่ม 608 หรือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป เร่งไปฉีดวัคซีน

เพราะมีข้อมูลบางจังหวัดคนกลุ่มนี้ยังฉีดวัคซีนได้ไม่มาก ข้อสำคัญการตั้งการ์ด ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อยๆ ไม่ไปรวมตัวในสถานที่ชุมชน หรือแออัด ยังต้องถือปฏิบัติจริงจังเพราะจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ได้

ข่าวอื่นในหมวด