ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงานวันดินโลก ปี 2564

เวลา 15.56 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปสถานีพัฒนาที่ดินร้อยเอ็ด อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ทรงเปิดงานวันดินโลก ปี 2564 ภายใต้แนวคิด "Halt soil salinization, boost soil productivity : พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร" ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย สมาคมอนุรักษ์ดินและน้ำ สมาคมดินโลก และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ในฐานะหน่วยงานหลักร่วมกันจัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเผยแพร่พระอัจฉริยภาพ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการด้านทรัพยากรดิน สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของทรัพยากรดินต่อการพัฒนาด้านการเกษตร และสร้างความมั่นคงทางอาหารโลกมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เป็นที่ประจักษ์ทั้งในประเทศและนานาชาติ ดังเช่นที่สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล "นักวิทยาศาสตร์ดิน เพื่อมนุษยธรรม" และองค์การสหประชาชาติ มีมติรับรองให้วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันดินโลก

ในการนี้ พระราชทานเหรียญรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้หน่วยงาน องค์กร หรือประเทศ ที่มีความรู้ความเข้าใจ ดำเนินกิจกรรมด้านการจัดการดินอย่างยั่งยืน ปีนี้ได้แก่ สถาบันวิทยาศาสตร์ดินแห่งไนจีเรีย มีผลงานโดดเด่นในการจัดกิจกรรมที่เน้นการสร้างความตระหนักรู้เรื่องดินให้แก่เยาวชน สร้างการรับรู้ให้เยาวชน รวมถึงระดมสมอง ระหว่างผู้แทนระดับนโยบายและผู้เชี่ยวชาญด้านดิน เพื่อหาแนวทางในการบรรเทาปัญหาสุขภาพของดินและความหลากหลายทางชีวภาพ

โอกาสนี้ ทรงมีพระราชดำรัสเปิดงาน ทรงกล่าวถึงความสำคัญของทรัพยากรดิน ที่มีต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหลายควบคู่กับทรัพยากรน้ำ และเป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่งในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นตัวอย่างที่ดี เมื่อมีการแก้ไขปรับปรุงดินด้วยหลักวิชาและวิธีการที่เหมาะสม ซึ่งต้องใช้เวลากว่าจะได้ผลสำเร็จ เมื่อได้รับประโยชน์จากดินแล้ว ก็ต้องรู้จักบำรุงรักษาดินให้เกิดความยั่งยืน ทั้งคนรุ่นหลังจะได้ใช้ประโยชน์จากดินสืบต่อไป

จากนั้น ทอดพระเนตรกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติแสดงพระอัจฉริยภาพด้านการพัฒนาที่ดิน ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร แนวพระราชดำริสืบสาน รักษา ต่อยอด ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นิทรรศการพัฒนาพื้นที่ดินเค็มเพื่อการเกษตรของประเทศไทย การพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้ที่มีสภาพทั้งน้ำท่วม แห้งแล้ง และดินเค็ม ให้เป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลก

โอกาสนี้ ได้พระราชทานชุดตรวจสอบความเป็นกรดด่างของดินภาคสนาม แก่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เพื่อใช้ในโครงการ Global Soil Doctors Programme หลักสูตรนานาชาติของประเทศสมาชิก ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมโครงการ 711 คน จาก 139 ประเทศทั่วโลก
 
นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการจัดการดินเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การฝึกอบรม การเสวนากับปราชญ์ชาวบ้าน และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของดีทุ่งกุลา 5 จังหวัด โดยงานจัดระหว่างวันที่ 2-5 ธันวาคม และเลือกใช้พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่แห้งแล้งและดินมีความเค็ม แต่เมื่อได้รับการปรับปรุงทำให้ดินเค็มกลายเป็นดินที่มีความพอดี และกลายเป็นคุณสมบัติพิเศษ ที่ทำให้ข้าวที่ปลูกมีความอร่อยหอม แตกต่างจากที่อื่น สามารถเป็นแบบอย่างในการพัฒนาการเกษตรของประเทศ

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง