สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เกินกว่า 5,000 คน ในรอบ 5 วัน - แพทย์เตือนรัฐบาลควรปรับมาตรการคุมเข้ม

ศบค.รายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เมื่อวานนี้ 5,896 คน ซึ่งสูงกว่าช่วง 5 วันที่ผ่านมา ที่มีผู้ติดเชื้ออยู่ที่หลัก 4,000 กว่าคนต่อวัน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทุกระลอก อยู่ที่กว่า 2.13 ล้านคน มีผู้หายป่วยเพิ่ม 5,666 คน ยังรักษาอยู่ 72,954 คน และมีอาการหนัก 1,299 คน เสียชีวิตเพิ่มอีก 37 คน

นายแพทย์ธีระ วรธนารัตน์ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกงานวิจัยในต่างประเทศที่เคยประเมินในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ว่าหากมีการเปิดการเดินทางทางอากาศ รับผู้ที่มาจากต่างประเทศ จะมีความเสี่ยงที่ผู้ติดเชื้อ จะหลุดรอดเข้ามาในประเทศ 0.204 เปอร์เซ็นต์ หรือ 1,000 คน จะหลุดเข้ามา 2 คน และย้ำว่า โควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ไม่ช้าก็เร็วจะเข้ามาในไทยอย่างแน่นอน จึงต้องป้องกันตัวให้มากที่สุด และรัฐบาลต้องทบทวนนโยบาย และ มาตรการต่างๆ ทั้งระบบตรวจคัดกรองโรค ระยะเวลากักตัว ระบบติดตามตัว จำกัดโควตาการเดินทางเข้าประเทศ พร้อมกับการลงทุนขยายศักยภาพบริการตรวจคัดกรองโรคมาตรฐานให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงง่าย และ ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่เช่นนั้น หากโอไมครอนระบาดขึ้นมา อาจจะเอาไม่อยู่

และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจ ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ในสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดอยู่ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย หรือ Thailand Tourism Standard ประจำปี 2564 ให้กับผู้ประกอบการ โฮมสเตย์ ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยว จำนวน 670 ราย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้สถานประกอบการ และแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ ที่ให้ความสำคัญเรื่องความสะอาด เป็นธรรม ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นการยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยว ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวซ้ำ และบอกต่ออีกด้วย ซึ่งข้อมูลล่าสุด ตั้งแต่เปิดประเทศ 1-30 พฤศจิกายน มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยแล้ว 133,061 คน และเฉพาะแค่ 1-3 ธันวาคม เข้าไทยมาแล้วเกือบ 20,000 คน

ส่วนภาพรวมการฉีดวัคซีนทั่วประเทศ รายงานผ่านระบบหมอพร้อม เมื่อวานนี้ถึงประมาณ 18.00 น. ฉีดไป 108,505 โดส ยอดฉีดสะสมทะลุกว่า 95.15 ล้านโดส ยังเหลืออีกกว่า 4.84 ล้านโดส จึงจะครบตามเป้าหมาย 100 ล้านโดส

และวันนี้จะเป็นวันแรก ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ จะเปิดฉีดวัคซีนบูสเตอร์โดส ให้กับผู้ที่ฉีดแอสตราเซนเนกา มาครบ 2 เข็มแล้ว ตั้งแต่ก่อนวันที่ 31 กรกฎาคมจากทุกศูนย์ฉีด แต่จำเป็นต้องมีข้อมูลฉีดครบ 2 เข็มในแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" มาโชว์ด้วย

ซึ่งวัคซีนเข็ม 3 ที่จะได้รับเป็นของไฟเซอร์ หรือ โมเดอร์นา ตามที่ได้รับการจัดสรร ซึ่งผู้ที่จะเข้ารับการฉีดต้องลงทะเบียนผ่าน 4 เครือข่ายโทรศัพท์มือถือมาก่อน โดยจะเริ่มฉีดตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 ธันวาคม

ศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงข้อดีการฉีดวัคซีนโควิด-19 เข้าชั้นผิวหนัง เพราะจะใช้ปริมาณวัคซีนน้อยกว่าการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หากเป็นวัคซีนโมเดอร์นา จะใช้ 1 ส่วน 10 ไฟเซอร์ 1 ส่วน 3 และ แอสตราเซนเนกา 1 ส่วน 5 แต่ยังสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี ทัดเทียมกับการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และจากการศึกษาหลายสถาบันในไทย พบว่า ผลข้างเคียงต่อร่างกาย น้อยกว่าการฉีดเข้ากล้ามเนื้อถึง 10 เท่า แต่ได้ผลกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ดีเท่ากัน

ด้าน นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยข้อมูลสำรวจแอนติบอดี หรือ ภูมิคุ้มกันในคนไทย ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน และ ไม่มีประวัติป่วยโควิด-19 จำนวน 26,717 คน อายุ 18-60 ปี จากกว่า 30 จังหวัด ภาพรวมพบผู้มีภูมิคุ้มกัน 1.4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว

นายแพทย์ศุภกิจย้ำว่า ภูมิคุ้มกันต่อโรคโควิด-19 เกิดขึ้นได้ด้วยการฉีดวัคซีน หรือ จากการติดเชื้อโดยธรรมชาติ ซึ่งภาพรวมทั้งประเทศมีผู้ที่มีภูมิคุ้มกันจาก 2 ปัจจัยนี้ 58.7 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 41.3 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน จึงขอให้เข้ารับการฉีดวัคซีนเพื่อความปลอดภัย และ ลดความรุนแรงของโรค