เช้านี้ที่หมอชิต

คนร้ายถีบประตูห้องเช่า ขโมยสร้อยคอทองคำหลบหนี

เช้านี้ที่หมอชิต - คนร้ายก่อเหตุกลางวันแสก ๆ เพราะรู้ว่าคนมักออกไปทำงานกัน ทำทีเดินวนไปมา ก่อนสบโอกาสถีบประตูห้องเช่าพังเข้าไปขโมยสร้อยคอทองคำ หลบหนีไป ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

กล้องวงจรปิดหน้าห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในตำบลบางพึ่ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ บันทึกภาพคนร้าย เป็นชายสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ทำทีเดินไปเดินมาอย่างใจเย็น บริเวณประตูรั้วทางเข้าห้องเช่าดังกล่าว ก่อนสบโอกาสเดินขึ้นบันไดห้องเช่าไปบริเวณชั้น 2 และนั่งลงกับพื้นก่อนใช้อุปกรณ์บางอย่างงัดประตู และใช้เท้าถีบประตูห้องเช่าห้องหนึ่ง จนสายยูกุญแจล็อกประตูหลุดออก และเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในห้อง โดยใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที แล้วเดินออกมาจากห้องอย่างหน้าตาเฉย ไม่ถึง 3 นาที คนร้ายย้อนกลับมาอีกรอบเนื่องจากลืมกระเป๋าสะพายที่นำมาด้วยไว้ในห้องที่ก่อเหตุ จากนั้นคนร้ายก็รีบหนีไปทันที

นายวสันต์ ดำงาม เจ้าของห้องเช่า เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนเองไม่ได้อยู่ห้อง ต่อมาช่วงพักเที่ยงตนได้กลับมาที่ห้องพักเพื่อมารับประทานอาหาร เมื่อมาถึงก็พบว่าที่ประตูห้องมีร่องรอยการถูกงัด พอเปิดเข้าไปก็พบว่าห้องพักอยู่ในสภาพปกติไม่มีการรื้อค้นข้าวของแต่อย่างใด เมื่อสังเกตที่หัวเตียงก็พบว่าสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 50 สตางค์ มูลค่า 14,275 บาท และเงินเหรียญจำนวนหนึ่ง ที่วางไว้บนหัวเตียงหายไป เหลือเพียงถุงใส่ทองสีแดงวางไว้ให้ดูต่างหน้า ตนเองจึงรีบไปขอเจ้าของห้องเช่าดูกล้องวงจรปิด และแจ้งตำรวจทันที

นอกจากนี้ นายวสันต์ ยังบอกว่า ส่วนตัวอยากได้สร้อยคอทองคำคืน เพราะกว่าจะทำงานเก็บเงินซื้อสร้อยคอทองคำได้ก็ใช้เวลาเป็นปี แต่ก็ทำใจไว้แล้วว่าอาจไม่ได้คืน เพราะคิดว่าคนร้ายน่าจะนำไปขายต่อแล้ว และตอนนี้หวังแค่ให้ตำรวจตามจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว

ขณะที่ ตำรวจ สภ.พระประแดง ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่องรอยความเสียหายหน้าห้องและร่องรอยการถีบประตู โดยได้เก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม เช่น กระปุกออมสิน สายยูล็อคประตูหน้าห้อง เพื่อไปตรวจสอบรอยนิ้วมือแฝง และภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุจะใช้หลบหนี ไป ตำรวจคาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นคนนอกพื้นที่เนื่องจากการสอบถามผู้เสียหาย และ ชาวบ้านละแวกดังกล่าว ไม่มีใครเคยเห็นหน้าผู้ก่อเหตุดังมาก่อน