สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : เตรียมปรับตัว บังคับใช้กฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่

9 ธันวาคม นี้ จะเริ่มมีการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่อย่างเป็นทางการ เมื่อบังคับใช้แล้วจะมีอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมบ้าง ไปลงสนามข่าวนี้กับคุณธนนันท์ วงศ์วศวัฒน์

นายภูมิ หรือนายเอก อายุ 30 ปี เอเยนต์ค้ายาเสพติด ที่ถูกจับกุมพร้อมของกลางยาเสพติดไอซ์น้ำหนัก 10 กิโลกรัม, โทรศัพท์มือถือ และรถเอนกประสงค์ ขณะนำยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าในซอยบ่อปลา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ เมื่อไม่กี่วันก่อน กำลังจะเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ได้รับบทลงโทษคดียาเสพติดตามกฎหมายใหม่ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 ธันวาคม นี้ ซึ่งก่อนจะถึงวันนั้น ตำรวจเองก็จะต้องติวเข้ม ปรับความเข้าใจการทำคดียาเสพติดใหม่ เพื่อให้บังคับใช้กฎหมายได้อย่างเต็มที่

กฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่นี้ เป็นการรวบรวมเอาข้อกฎหมายเดิม ที่กระจายอยู่ในกฎหมาย 20 ฉบับ มาไว้รวมไว้เป็นฉบับเดียว ยึดหลัก ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย, การนำพืชเสพติดมาใช้ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ และทางการแพทย์ และการลงโทษให้เหมาะสมกับพฤติกรรมในการกระทำความผิดเป็นสำคัญ

การดำเนินคดีจะดูพฤติการณ์เป็นหลัก แยกความผิดออกเป็น 5 พฤติการณ์ คือ ผลิต, นำเข้า, ส่งออก และครอบครอง โทษบางความผิดไม่มีการกำหนดขั้นต่ำ เพื่อให้สมเหตุสมผลกับพฤติการณ์ของผู้ต้องหา หากเป็นผู้เสพจะมีโอกาสเข้ารับการบำบัดทุกราย แต่พฤติการณ์กระทำผิดเป็นผู้ค้ายาฯ รายใหญ่, เป็นตัวการสำคัญที่สั่งการอยู่เบื้องหลัง หรือเป็นผู้ต้องหาที่ต่อสู้ขัดขืนการจับกุม บทลงโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต

เรื่องการยึดทรัพย์ เดิมต้องรอพิพากษาว่าผู้ต้องหามีความผิดก่อน แต่กฎหมายใหม่จะแยกเรื่องการตรวจสอบทรัพย์สินออกไป หากมีหลักฐานเชื่อได้ว่า เป็นทรัพย์ที่ได้จากการค้ายาเสพติด หรือพบว่าร่ำรวยผิดปกติ สามารถยึดทรัพย์ได้ทันที นอกจากนี้กฎหมายยังให้อำนาจติดตามหาทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติดต่อเนื่องไปอีก 10 ปี เพื่อป้องกันการซุกซ่อนทรัพย์สินเหมือนที่ผ่านมา

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวอย่างที่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ยังมีรายละเอียดอื่น ๆ อีก เช่น การกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้เปิดบัญชีธนาคารให้ขบวนการค้ายาเสพติดนำไปใช้, เรื่องการเผาทำลายยาเสพติดที่ไม่ต้องรอให้สิ้นอายุความ และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ผู้บังคับใช้กฎหมายต้องปรับตัวทำความเข้าใจ และถือเป็นการเตือนไปยังผู้ค้ายาเสพติดทุกราย ให้พึงตระหนักไว้ ว่ากฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ไม่ได้มีบทลงโทษเบาลงอย่างที่เข้าใจ