สนามข่าว 7 สี

ทนายอนันต์ชัย ปฏิเสธเป็นทนายให้ ลุงพล

หลังจากที่ ทนายษิทรา ขอถอนตัวจากการรับทำคดีน้องชมพู่ให้กับลุงพลและป้าแต๋นไปแล้ว ก็มีกระแสข่าวว่าจะมีทนายความอักษรย่อ "อ." มาเป็นทนายความแทน วานนี้ ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ก็ได้ออกมาเปิดเผย ยอมรับว่าได้รับการติดต่อมาจริง แต่สุดท้ายพิจารณาแล้วก็ขอปฏิเสธที่จะรับว่าความให้

นายอนันต์ชัย ไชยเดช หรือ ทนายอนันต์ชัย เปิดเผยถึงเรื่องที่มีกระแสข่าวว่าจะเข้าไปรับว่าความคดีน้องชมพู่ให้กับนายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล และนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือ ป้าแต๋น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ได้ประกาศถอนตัวจากคดีดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่ามีความเห็นที่ไม่ตรงกัน

ทนายอนันต์ชัย บอกว่า ก่อนที่จะมีกระแสข่าวนี้ มีการติดต่อมาจากทนายความคนหนึ่งตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน มาขอให้ช่วยเป็นทนายความให้ลุงพลกับป้าแต๋น ซึ่งครั้งแรกยอมรับว่าไม่สนใจ แม้จะเคยติดตามข่าวนี้มาบ้าง จากนั้นก็มีคนที่อ้างตัวเป็นเลขาฯ ของลุงพล ติดต่อมาอีก ก่อนจะได้คุยกับลุงพลและป้าแต๋น ซึ่งทั้งสองบอกว่า เหตุที่ติดต่อมาขอให้ช่วยรับว่าความให้นั้น เพราะได้รับคำแนะนำมาจากทนายตั้ม หลังการพูดคุยกันตนก็ยังไม่ได้ตอบรับว่าความทันที เพราะต้องขอไปหารือกับทีมงานก่อน แต่ปรากฎว่าหลังจากนั้นไม่นานก็มีกระแสข่าวว่าจะมีการว่าจ้างทนายความอักษรย่อ "อ." ทำให้คนที่ติดตามกระแสข่าวคดีนี้ พากันคาดเดาว่าเป็นตนเอง ซ้ำยังมีการเปิดรับบริจาคเงิน โดยขอให้กลุ่มติดตามข่าวช่วยซื้อสินค้าของลุงพลด้วย ทั้งที่ระหว่างการไลฟ์สดของลุงพล ไม่มีการระบุชื่อของตนแต่อย่างใด แต่สังคมเกิดเข้าใจไปแล้วว่าตนมีการเรียกเงินค่าจ้างเป็นทนายความหลักล้านบาท และมีคนเข้าไปแสดงความเห็นว่าร้ายตนต่าง ๆ นานา สุดท้ายเมื่อหารือเรื่องนี้กับทีมงานแล้วจึงตัดสินใจไม่ขอรับว่าความให้

ทนายอนันต์ชัย ยืนยันว่า ที่ผ่านมามีหลายคดีที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือ เช่น คดีนักเรียนนายร้อยตำรวจที่กระโดดร่มจากเครื่องบินแต่ร่มไม่กางแล้วเสียชีวิต, คดีน้องต้าแงที่หายในไร่อ้อย ซึ่งคล้ายกันกับคดีน้องชมพู่ ที่ได้รับความให้ญาติผู้เสียชีวิต โดยไม่ได้เรียกรับเงินค่าทนายความ เพราะมองว่าเป็นคดีที่สังคมจะได้รับประโยชน์จากการทำคดีนี้ พร้อมกันนี้ยังได้ชี้แนะจุดอ่อนคดีน้องชมพู่ด้วย

หลังจากที่ ทนายอนันต์ชัย ออกมาแถลงข่าว ไม่รับเป็นทนายความให้กับลุงพลกับป้าแต๋น ทีมสนามข่าว 7 สี ได้ไปยังบ้านของลุงพลกับป้าแต๋น ที่บ้านกกกอก ลุงพลก็ได้ออกมาพูดถึงกรณีดังกล่าว กับเหล่ายูทูบเบอร์ ถึงกรณีที่ทนายอนันต์ชัยไม่รับทำคดี ซึ่งระหว่างที่มีการการเปิดใจนั้น ลุงพลมีท่าทางขึงขัง และดูเครียดอย่างเห็นได้ชัดเจน พร้อมเปิดใจว่าไม่ได้รู้สึกเสียใจที่ทนายอนันต์ชัยไม่รับทำคดี และที่อ้างเหตุผลว่ามีกลุ่มยูทูบเบอร์บางส่วนที่ออกมาให้ข้อมูลต่าง ๆ นานา รวมถึงเรื่องเงินค่าจ้างค่าทนายจำนวน 5 ล้านบาท และมีการตั้งกองทุนเพื่อบริจาคค่าทนายอีกด้วย ซึ่งลุงพลได้ถามกลับไปบังยูทูบเบอร์ว่า คนไหน หรือ ใครเป็นคนที่นำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่ แต่ก็ไม่มีใครยอมรับ  จากนั้นลุงพลก็ได้เดินทางออกจากบ้านที่บ้านกกกอก พร้อมครอบครัว ด้วยการขึ้นรถตู้ส่วนตัวออกไป โดยไม่ได้บอกเหล่ายทูปเบอร์ว่าจะเดินทางไปไหน อย่างไรก็ตามต้องดูท่าทีทางฝั่งลุงพลต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไรสำหรับคดีชองน้องชมพู่