เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : ย้อนรอยคดีฆ่าเสือดำ ก่อนศาลพิพากษา "เปรมชัย"

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ ปี 2561 นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวก 4 คน คือ นายยงค์ โดดเครือ คนขับรถ นางนที เรียมแสน แม่ครัว นายธานี ทุมมาศ นายพราน ถูกจับในข้อหาล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

โดยผู้จับกุมคือ นายวิเชียร ชิณวงษ์ อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก สามารถยึดของกลางประกอบด้วยซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก หลังถูกจับกุมได้มีคลิปเสียงการพูดหว่านล้อมให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัว บอกถ้าอยากได้อะไรให้บอก กฎหมายมันมีช่อง ที่เหลือจะให้ผู้ใหญ่มาเคลียร์

หลังจากคลิปเสียงหลุดออกมากลายเป็นกระแสข่าวโด่งดัง เพราะผู้ก่อเหตุเป็นถึงเจ้าสัว ทำให้ประชาชนจำนวนมากออกมาประท้วงเรียกร้องให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย หวั่นว่าจะมีการล็อบบี้เกิดขึ้น จนกลายเป็นแคมเปญเสือดำต้องไม่ตายฟรี ขณะที่ทั้งหมดปฏิเสธทุกข้อหา ยืนยันไม่ได้ล่าสัตว์ป่า

การดำเนินคดีนายเปรมชัยและพวกถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ คดีล่าสัตว์ป่าในเขตหวงห้าม และคดีติดสินบนเจ้าหน้าที่ โดยคดีล่าสัตว์ฯ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษนายเปรมชัย จำคุก 16 เดือน ไม่รอลงอาญา ข้อหาร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต พิพากษาจำคุก 6 เดือน ข้อหาล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ จำคุก 8 เดือน ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหาร่วมกันซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย จำคุก 2 เดือน

นายยงค์ ถูกลงโทษจำคุก 13 เดือน นางนที เรียมแสน จำคุก 4 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี นายธานี โทษจำคุก 2 ปี 17 เดือน พร้อมสั่งให้นายเปรมชัย กับนายธานี ชำระค่าเสียหาย 2,000,000 บาท แก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในชั้นนี้นายเปรมชัย และนายยงค์ ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์

ต่อมาวันที่ 12 ธันวาคม 2562 ศาลจังหวัดทองผาภูมิ อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 โดยพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น แต่เพิ่มโทษนายเปรมชัย เป็นจำคุก 2 ปี 14 เดือน นายยงค์ เพิ่มโทษเป็นจำคุก 2 ปี 17 เดือน นางนที เพิ่มโทษเป็นจำคุก 1 ปี 8 เดือน ปรับเงิน 40,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี ส่วนนายธานี เพิ่มโทษเป็นจำคุก 2 ปี 21 เดือน นอกจากนี้ศาลยังมีคำสั่งให้เพิ่มหลักทรัพย์ประกันตัวอีกคนละ 200,000 บาท ยกเว้นนางนที

ในชั้นนี้ทนายได้ยื่นขอประกันตัว เพื่อต่อสู้ต่อในชั้นฎีกา แต่ศาลพิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวไม่ทันตามเวลาราชการ ส่งผลให้นายเปรมชัย กับพวกต้องนอนคุก เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวเข้าเรือนจำอำเภอทองผาภูมิ จำนวน 1 คืน ก่อนในวันรุ่งขึ้นทีมทนายได้ยื่นขอประกันตัวอีกครั้ง โดยศาลฎีกาพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 1,000,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขให้ติดกำไลข้อเท้า EM และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

ส่วนคดีติดสินบน เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2562 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 พิพากษาลงโทษนายเปรมชัย ให้จำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา ส่วนนายยงค์ พิพากษายกฟ้อง ในชั้นนี้นายเปรมชัย ยื่นอุทธรณ์และได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ด้วยหลักทรัพย์จำนวน 200,000 บาท วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยกับศาลชั้นต้น พิพากษายืนลงโทษจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา โดยนายเปรมชัย ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 500,000 บาท ขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างฎีกา และศาลอุทธรณ์ได้อนุญาตให้ประกันตัว

นอกจากนี้นายเปรมชัย ยังถูกดำเนินคดีครอบครองงาช้างแอฟริกา แต่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ศาลอาญารัชดาภิเษก ยกฟ้อง ส่วนคดีสุดท้ายคือ คดีอาวุธปืนไรเฟิลที่ตำรวจไปค้นเจอในบ้านพักของนายเปรมชัย คดีนี้ศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี แต่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพจึงลดโทษเหลือจำคุก 6 เดือน คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ซึ่งนายเปรมชัย ได้ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวระหว่างต่อสู้คดีในศาลฎีกา

คดีเดินทางมาถึงจุดสำคัญที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา นายเปรมชัยกับพวก ต้องรอติดตามว่าคดีนี้จะปิดฉากอย่างไร พรุ่งนี้จะได้รู้คำตอบ