สนามข่าว 7 สี

กล้าลองกล้าลุย : ลุยเบื้องหลังผ้าย้อมดิน ถิ่นภูเขาไฟ เมืองศรีสะเกษ

กล้าลองกล้าลุย วันนี้ คุณต้นกล้า ชัยอนันต์ ขอพาคุณผู้ชมทุกท่านไปที่จังหวัดศรีสะเกษ ไปลุยเบื้องหลังผ้าย้อมดิน ถิ่นภูเขาไฟ จากภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่ทำกันมาอย่างยาวนาน จนกลายเป็นผ้าอัตลักษณ์ของจังหวัด แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ยอดสั่งซื้อเริ่มลดลง ชาวบ้านขอกัดฟันสู้สานต่ออาชีพนี้ เพื่อให้ทุกคนยังมีรายได้ ไปดูขั้นตอนการทำ และช่วยกันอุดหนุนกันได้ ใน กล้าลองกล้าลุย

นี่คือ ภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอด สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย กันมาอย่างยาวนานหลายสิบ หลายร้อยปี จนกลายเป็นผ้าอัตลักษณ์ของจังหวัดศรีสะเกษ ที่เรียกกัน "ผ้าศรีลาวา" หรือผ้าย้อมดินภูเขาไฟ สร้างรายได้ให้ชาวบ้านในชุมชน ได้มีอาชีพ โดยเฉพาะในช่วงที่โควิด-19 กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว

อย่างที่หมู่บ้านกระมัลพัฒนา ในตำบลโพธิ์วงศ์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ นำโดย พี่กัญ กัญณพัช จันทะมั่น ประธานกลุ่มทอผ้า บอกว่า ชาวบ้านที่นี่ รวมกลุ่มกันทำอาชีพทอผ้ามานานแล้ว ลองผิดลองถูกหลายอย่าง จนสุดท้ายได้ภูมิปัญญาที่จะทำให้สีติดเนื้อผ้าทนทานนานหลายปีด้วยดินภูเขาไฟ

ดินภูเขาไฟศรีสะเกษ หลายคนรู้จักกันดี เพราะดินชนิดนี้ทำให้เกิดทุเรียน GI ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ สร้างชื่อเสียงไปไกล แต่ใครจะคาดคิด ว่ายังมีประโยชน์อีกด้าน ที่นำมาทำเป็นสีย้อมผ้าได้

ดินที่นำมาใช้ก็จะอยู่ภายในบริเวณบ้านของใครของมัน ทั้งหมดเป็นดินภูเขาไฟที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ขุดวนสลับกันไป หลุมไหนลึกเกินก็เอาดินมากลบ และเริ่มขุดใหม่ ทำแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ ถือเป็นการใช้ประโยชน์จากดินภูเขาไฟได้อย่างเต็มที่

วันนี้ผมเองอยู่ช่วยขุดนานพอสมควร ช่วงนี้ต้องรีบเตรียมดินเอาไว้ เพราะใกล้สิ้นปี เผื่อมีออร์เดอร์เข้ามาเยอะ

ขั้นตอนต่อจากนี้ แต่ละพื้นที่จะมีวิธีการทำผ้าย้อมดินภูเขาไฟไม่เหมือนกัน แต่สำหรับที่นี่ถือเป็นการเปิดเผยเคล็ดลับเฉพาะที่ทำกันมานาน เพื่อให้คนที่สนใจนำไปทำตามได้ อย่างแรกก็จะนำมาละลายน้ำก่อน ข้อควรระวังคือ ไม่ควรใช้น้ำประปา เพราะอาจทำให้สีติดผ้าได้ไม่คงทนเท่าน้ำชนิดอื่น จากนั้นกรองเอาเศษดินเศษไม้ออก เราก็จะได้น้ำดินภูเขาไฟที่มีสีสวยงามแบบนี้ พร้อมนำผ้าหรือเส้นด้ายมาหมักในน้ำดังกล่าว ประมาณ 8-10 ชั่วโมง เป็นอย่างต่ำ แต่ถ้าจะให้ดีต้องหมักทิ้งไว้ทั้งคืน ซึ่งเมื่อหมักแล้วหน้าตาก็จะเป็นแบบนี้

เมื่อย้อมเย็น หรือแช่น้ำดินภูเขาไฟไว้ 1 คืนแล้ว ก็จะนำไปย้อมร้อนต่อ นำเปลือกไม้มงคล 9 ชนิด ใส่ลงไปด้วย และต้องยืนย้อมกันแบบนี้อีกนาน

นี่แหละ กว่าจะย้อมได้ที่ จนสีติด ต้องแกว่งไปแกว่งมา ยกขึ้นยกลง 45 นาที จากนั้นก็นำไปตาก ผึ่งให้แห้ง เพื่อพร้อมสำหรับการทอ และสุดท้ายกลายเป็นผลิตภัณฑ์ คงเห็นแล้วว่ามีหลายขั้นตอนเหลือเกิน ซึ่งลวดลายต่าง ๆ ก็จะใช้วิธีการปักมือ หรือที่เรียกว่าการแส่ว ค่อย ๆ ทำไป ใช้เวลาหลายชั่วโมง กว่าจะได้งานมาสักหนึ่งชิ้น ถือว่าต้องอดทนอย่างมาก

ฝากทุกท่านช่วยกันอุดหนุนสินค้าที่ก่อเกิดจากภูมิปัญญาของคนไทย รับประกันว่าราคาไม่แพง แต่ได้สีสวย สินค้ามีคุณภาพ ใช้ทน ใช้นาน แถมยังทำให้ชาวบ้านมีรายได้อีกด้วย

ข่าวอื่นในหมวด