ห้องข่าวภาคเที่ยง

ยังไม่ยืนยัน พบผู้เข้าข่ายติดเชื้อโควิด-19 โอมิครอน เพิ่ม

จากกรณีมีรายงานข่าว การพบผู้ติดเชื้อ เข้าข่ายโอมิครอน เพิ่มเติมอีก นอกจากเคสนักธุรกิจชายชาวอเมริกัน อายุ 35 ปีที่ยังรักษาอยู่

นายแพทย์จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา ยอมรับว่า มีอีก 2 เคส ที่ยังรอผลตรวจยืนยันสายพันธุ์โอมิครอนอยู่ ยังอยู่ระหว่างการตรวจเชื้อในห้องปฏิบัติการ เป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เดินทางกลับมาจากทวีปแอฟริกา คาดว่า จะรู้ผลในวันศุกร์ หรือวันเสาร์นี้ ณ ขณะนี้ ยังไม่ยืนยันว่า เป็นผู้ติดเชื้อโอมิครอน

ก็ตอนนี้ อย่าเพิ่งตระหนกตกใจไปกัน ว่าจะใช่หรือไม่ใช่ เพราะแนวโน้มโควิด-19 สายพันธุ์ “โอมิครอน” เริ่มเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ความรุนแรงของโรค น้อย

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โพสต์ว่า โอมิครอนแนวโน้มความรุนแรงของโรคน้อยกว่าสายพันธุ์เดลต้า จากการพบผู้ป่วยทั่วโลก มีแนวโน้มที่ดี จะเห็นว่าการพบนอกทวีปแอฟริกา ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ นอร์เวย์ เดนมาร์ก ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นแบบไม่มีอาการ อีกเกือบครึ่งหนึ่งมีอาการน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับสายพันธุ์เดลต้า และก็เช่นเดียวกันในทวีปแอฟริกาตอนใต้ ผู้ป่วยสายพันธุ์ โอมิครอน ก็มีแนวโน้มที่จะรับไว้ในโรงพยาบาลน้อยกว่าสายพันธุ์เดิมเดลต้า ถ้าทั้งหมดนี้เป็นความจริง ที่ต้องรอพิสูจน์อีกระยะหนึ่ง ก็นับว่าเป็นข่าวดี ถ้าโรคไม่มีรุนแรง และมีการติดเชื้อเป็นจำนวนมาก การติดเชื้อก็เหมือนเป็นการสร้างภูมิต้านทานโดยธรรมชาติ

ขณะที่ นายอนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือไบโอเทค ระบุว่า โควิด-19 สายพันธุ์ "โอมิครอน" จะหนีภูมิจากวัคซีนได้มากน้อยขนาดไหน นักวิจัยได้ทำนายผล จากข้อมูลการจับของแอนติบอดีชนิดต่างๆ ที่แยกได้จากผู้ป่วย

ผลการทดสอบไวรัสโอมิครอนตัวจริงกับเซรั่มของผู้ที่รับวัคซีน Pfizer ครบ 2 เข็ม ทดสอบโดยทีมวิจัยจากแอฟริกาใต้ออกมาแล้ว โอมิครอน หนีภูมิจาก ไฟเซอร์ ได้ 41.4 เท่า

สำหรับสถานการณ์โควิด-19 วันนี้ ศบค.รายงาน ผู้ติดเชื้อใหม่ 3,618 คน ในจำนวนนี้ พบผู้ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ 16 คน รวมยอดสะสมตั้งแต่ระลอกเดือนเมษายน เป็นต้นมา มีกว่า 2 ล้าน 1 แสน 2 หมื่นคน รักษาอยู่ 64,200 คน และเสียชีวิตอีก 38 คน


ขอบคุณ Facebook : Yong Poovorawan
ขอบคุณ Facebook : Anan Jongkaewwattana