เจาะประเด็นข่าว 7HD

พบอีก 2 คนไทย ส่อติดเชื้อโควิด-19 "โอมิครอน" รอผลยืนยัน

โดย ศบค.แถลงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์กลายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งขณะนี้ระบาดไป 56 ประเทศและพื้นที่แล้ว และตั้งแต่การระบาดยังไม่พบผู้เสียชีวิต

สำหรับประเทศไทย ล่าสุดพบผู้ที่เข้าข่ายติดเชื้อโอมิครอน เพิ่มอีก 3 คน เป็นล่ามที่เดินทางไปประชุมทางศาสนาที่ประเทศไนจีเรีย โดย 1 คน ตรวจพบหลังเดินทางต่อไปยังสวีเดน อีก 2 คน เดินทางเข้าประเทศไทย วันที่ 23 พฤศจิกายน เป็นหญิงอายุ 36 และ 46 ปี ตรวจ RT-PCR พบผลติดเชื้อโควิด-19 จึงนำตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาลและนำตัวอย่างเชื้อตรวจเพิ่มเติม พบมีความเป็นไปได้สูงติดเชื้อโอมิครอน จึงถอดรหัสพันธุกรรมยืนยันผล 1-2 วัน และทำการกักตัวต่อเนื่องตามมาตรการป้องกันสูงสุดอีก 7 วัน หลังรักษาตัวครบแล้ว 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งจากการสอบสวนโรคพบทั้ง 2 คน ขณะร่วมกิจกรรมที่ไนจีเรีย ไม่สวมหน้ากากอนามัยและยังไม่ได้รับวัคซีน

สำหรับผลการติดตามนักเดินทางจากประเทศเสี่ยงสูงในทวีปแอฟริกา 333 คน ล่าสุดออกนอกประเทศแล้ว 55 คน ตรวจเชื้อและกักตัวครบแล้ว 113 คน อยู่ระหว่างกักตัวและติดตามตรวจเชื้อแล้ว 152 คน ซึ่งไม่พบการติดเชื้อทั้งหมด ยังเหลืออีก 13 คน ที่อยู่ระหว่างการติดตามมาตรวจ RT-PCR

อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลว่าแนวโน้มโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ที่เรียกว่าอาจเป็นข่าวดี โดยศาสตราจารย์นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า “โอมิครอน” มีแนวโน้มความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์เดลตา เพราะผู้ป่วยทั่วโลก ครึ่งหนึ่งเป็นแบบไม่มีอาการ อีกเกือบครึ่งอาการน้อย และมีแนวโน้มที่จะรับไว้ในโรงพยาบาลน้อยกว่าสายพันธุ์เดลตา ถ้าเป็นความจริงนับว่าเป็นข่าวดี ถ้าโรคไม่รุนแรงและติดเชื้อเป็นจำนวนมาก การติดเชื้อก็เหมือนเป็นการสร้างภูมิต้านทานโดยธรรมชาติ

สำหรับสถานการณ์โควิด-19 วันนี้พบผู้ติดเชื้อใหม่ 3,618 คน ซึ่งเป็นทิศทางที่ลดลงหลังการผ่อนคลายมาตรการ และเปิดประเทศ 1 พฤศจิกายน ทั้งนี้ขอความร่วมมือยังคงเคร่งครัดมาตรการต่อไป โดยเฉพาะเดือนธันวาคม ต่อเนื่องมกราคม ซึ่งเป็นช่วงการท่องเที่ยวและฉลองเทศกาลปีใหม่

สำหรับผู้หายป่วยวันนี้ 5,775 คน รักษาอยู่ 64,200 คน ส่วนผู้เสียชีวิตเพิ่ม 38 คน

ทั้งนี้ ศบค.กังวลถึงการเข้ารับวัคซีนที่ชะลอตัวอย่างมาก จึงขอให้เร่งประชาสัมพันธ์ให้เข้ารับการฉีดวัคซีนด่วน


ขอบคุณ Facebook : Yong Poovorawan

ข่าวอื่นในหมวด