เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : สำรวจตู้กดน้ำหยอดเหรียญได้คุณภาพ ?

คลิปวิดีโอที่กลายเป็นกระแสบนโลกโซเชียลหลังผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งโพสต์ขณะไปกดน้ำที่ตู้กดน้ำหยอดเหรียญ แต่กลับพบว่ามีคราบอะไรบางอย่างสีดำอยู่ด้านในหัวจ่ายน้ำ เมื่อลองใช้สำลีแยงเข้าไปก็พบตะไคร่น้ำเป็นเมือกขุ่น ทั้งสีดำและเขียวเข้มหลุดออกมา

ผู้โพสต์เล่าว่าเห็นคลิปในต่างประเทศที่มีการไปสำรวจตู้กดน้ำหยอดเหรียญ จึงมาลองทดสอบกับตู้กดน้ำที่อยู่ข้างบ้าน ซึ่งตู้นี้ติดตั้งอยู่ละแวกบ้านมาหลายปีแล้ว ชาวบ้านจะไปใช้กดมาดื่มและนำไปใช้ประกอบอาหาร หุงข้าว ตอนที่เห็นรู้สึกตกใจมากและยอมรับว่าไม่กล้ากลับไปใช้ตู้นั้นอีก

รองศาสตราจารย์ ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ จากสาขาเคมีอินทรีย์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายคราบสีดำนั้นว่าเกิดจากจุลินทรีย์เกาะตัวกันแล้วบางส่วนไม่ได้ถูกกรองออก อาจเพราะไส้กรองเครื่องกรองน้ำเสื่อม เมื่อมีสิ่งปนเปื้อนในน้ำจึงไม่สามารถกรองออกได้กลายเป็นเมือกมาเกาะตามผนังท่อ เมื่อจับตัวกันมากๆ ก็กลายเป็นตะไคร่น้ำที่ติดอยู่ด้านในของท่อและหัวจ่ายน้ำ

ซึ่งจริงๆ แล้ว ตู้กดน้ำดื่มหยอดเหรียญ หากไม่มีการบำรุงรักษาหรือดูแลที่ดีจะเป็นอันตรายมาก เพราะเป็นโพลิเมอร์ที่ย่อยสลายได้ เมื่อเสื่อมสภาพจะเป็นผง เป็นไมโครพลาสติก ที่อาจหลุดเข้าไปในน้ำได้

ทีมข่าวช่อง 7HD ลงพื้นที่ตระเวนสำรวจตู้กดน้ำหยอดเหรียญหลายจุดในกรุงเทพฯ พบว่ามีการติดตั้งตู้กดน้ำหยอดเหรียญจำนวนมาก กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ย่านชุมชน หอพักและหน้าร้านค้า ส่วนใหญ่ตั้งไว้บริเวณริมถนน บางพื้นที่ภายในระยะ 200 เมตร มีถึง 4 ตู้ บางตู้ห่างกันไม่ถึง 50 เมตร มีทั้งตู้กดน้ำกรองแบบระบบโอโซน ระบบอาร์โอ และที่ระบุเป็นตู้กดน้ำแร่จากธรรมชาติ

ทีมข่าวพบว่ามีเพียงแค่บางตู้ที่มีสติ๊กเกอร์ขึ้นทะเบียนกับกรุงเทพมหานคร ว่าผ่านการตรวจคุณภาพน้ำดื่มสะอาด ปลอดภัย เจอเจ้าของตู้ที่รับผิดชอบก็ดีไป ทำความสะอาดเป็นประจำ และเปลี่ยนไส้กรองเมื่อครบกำหนด เพราะนอกจากเปิดให้ลูกค้าใช้บริการแล้ว ครอบครัวก็ใช้น้ำจากตู้นี้บริโภคเช่นกัน จึงให้ความสำคัญกับการดูแลและรักษาความสะอาด

แต่อีกหลายตู้ทีมข่าวพบว่าไม่มีฉลากขึ้นทะเบียนหรือผ่านการตรวจสอบ สภาพตู้ขาดการดูแลรักษาความสะอาด บางตู้มีสนิมในช่องกดรับน้ำ หินปูนเกาะที่หัวจ่ายน้ำ รวมทั้งมีขยะมาทิ้งด้านในตู้ด้วย

ฟังเสียงสะท้อนความรู้สึกของประชาชนแล้ว เชื่อว่าคุณผู้ชมอยากรู้ว่าอะไรเป็นแรงจูงใจให้ธุรกิจตู้กดน้ำดื่มหยอดเหรียญเหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็ว

ทีมข่าวช่อง 7HD ลองติดต่อผู้ประกอบการ เมื่อแจ้งสนใจทำธุรกิจตู้กดน้ำหยอดเหรียญ ปลายสายให้คำแนะนำว่ามีให้เลือกทั้งแบบแบ่งเปอร์เซ็นต์ คือ ลูกค้ามีที่ตั้ง แต่ไม่ต้องจ่ายเงิน บริษัทจะเอาตู้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตู้มือสองมาลง ถึงเวลาพนักงานจะมาเปิดตู้เพื่อเอาเงิน หลังหักค่าน้ำ ค่าไฟ ให้ลูกค้าแล้ว ก็จะแบ่งเปอร์เซ็นต์จากเงินในตู้ให้กับลูกค้าอีกที

ตู้กดน้ำ 2 แบบ
- ตู้แบบแบ่งเปอร์เซ็นต์
- ตู้แบบซื้อขาด ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของลูกค้า สนนราคาตู้มีตั้งแต่ 18,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาดและระบบการกรอง หากมีระบบหลายชั้นยิ่งมีราคาแพง โดยบริษัทจะเอาตู้ไปติดตั้งให้แบบพร้อมใช้งาน ส่วนการดูแลรักษาเป็นหน้าที่ของลูกค้าต่อไป

ส่วนไส้กรองมีค่าใช้จ่าย 1,500-3,000 บาท หากเป็นพื้นที่ไม่มีคนกดน้ำเยอะก็เปลี่ยนปีละครั้ง แต่ไม่ได้บังคับเปลี่ยน ทำให้มีจำนวนไม่น้อยไม่ยอมเปลี่ยนไส้กรอง เพราะเสียดายเงิน

ผู้ประกอบการย้ำกับเราว่าไม่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียนขออนุญาตจากทางราชการ จะมีการสุ่มตรวจก็แค่ย่านตลาดหรือชุมชนใหญ่ๆ เท่านั้น ที่สำคัญคือ ธุรกิจนี้สร้างรายได้ดี หักลบต้นทุนค่าน้ำ ค่าไฟแล้ว จะมีรายได้ต่อเดือนถึง 3,000 บาท เพียงไม่กี่เดือนก็จะได้เงินคืนทุน

จากข้อมูลดังกล่าวทีมข่าวตรวจสอบไปยัง พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ยืนยันตู้กดน้ำดื่มหยอดเหรียญทุกตู้ต้องขออนุญาตและขึ้นทะเบียนตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2561 เพราะถือเป็นการผลิตน้ำกลั่น น้ำบริโภค น้ำดื่มจากเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ การผลิตน้ำดื่มจากเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ โดยมีค่าขึ้นทะเบียนตู้ละ 500 บาท และมีเจ้าหน้าที่ตรวจติดตาม วัดคุณภาพของน้ำทุก 4 เดือน

แต่หากผู้ประกอบการไม่ยื่นขออนุญาตจะถูกระงับการใช้ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญทันทีและดำเนินคดีฐานประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดื่มน้ำอย่างไรให้ปลอดภัยมีคำแนะนำให้ประชาชนสังเกตตู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพและปลอดภัย จะมีสติ๊กเกอร์น้ำดื่มหยอดเหรียญ สะอาด ปลอดภัยของกรุงเทพมหานคร ติดอยู่บริเวณข้างตู้ ซึ่งปัจจุบันในกรุงเทพฯ มีตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญที่มีใบอนุญาต 2,523 ราย ตู้ที่ไม่ผ่านมาตรฐานขาดการดูแลถูกติดป้ายห้ามใช้ตู้ 371 ตู้ และถูกยึด 10 ตู้