7HDร้อนออนไลน์

ผู้ชายข้าใครอย่าแตะ สาวน้อย ม.ต้น บุกตบสั่งสอนอีกฝ่ายถึงในโรงเรียน

9 ธ.ค. 64 นายกิตติศักดิ์ อายุ 50 ปี และนางบุญเพ็ง อายุ 44 ปี พ่อและแม่ของ น.ส.ส้ม (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี  นักเรียนชั้น ม.3 และนายปกาญจน์ นพศรี ประธานสภาทนายความจังหวัดพล ที่ปรึกษาด้านกฏหมาย พากันเข้ามาพบครูฝ่ายปกครอง ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ต.ดอนดู่ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น

หลังจาก เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 64 เวลาประมาณ 11.40 น. ขณะที่ น.ส.ส้ม กับ น.ส.ตาล (นามสมมุติ) เพื่อนร่วมชั้นเรียน กำลังดูหนังสืออยู่ที่ศาลานั่งเล่น ในบริเวณโรงเรียน ได้มี น.ส.น้อย (นามสมมุติ) กับ น.ส.มาย (นามสมมุติ) อายุ15 ปี ซึ่งเป็นนักเรียนต่างโณงเรียน ได้เข้ามาหา น.ส.ส้ม กับ น.ส.ตาล โดยมีการยืนพูดคุยสักพัก

จากนั้น น.ส.น้อย ได้ทำร้ายร่างกาย น.ส.ส้ม ด้วยการตบ จิกดึงที่ผมพร้อมกระชากและเหวี่ยงตัว ก่อนที่จะตบหน้าซ้ำอีกหลายครั้ง ซึ่งขณะที่ น.ส.น้อย กำลังทำร้ายร่างกายน.ส.ส้ม อยู่นั้น น.ส.มาย ได้ยกโทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปไว้ด้วย โดย น.ส.ส้ม ไม่ได้ตอบโต้ หรือต่อสู้กลับ เพียงเดินหนีออกมา ดังปรากฏตามคลิปวิดีโอ ที่มีผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งอยู่ภายในโรงเรียนแอบถ่ายไว้ได้ และนำมามอบให้ นายปกาญจน์ นพศรี ประธานสภาทนายความจังหวัดพล ไว้เป็นหลักฐาน

ด้าน นายกิตตินันท์ ภูศรีฤทธิ์ อายุ 53 ปี ครูฝ่ายปกครองของโรงเรียน บอกว่า ผู้อำนวยการของโรงเรียน ครูประจำชั้น ครูฝ่ายปกครอง ทราบเรื่อง และเห็นคลิปดังกล่าวแล้ว อยู่ระหว่างที่ผู้อำนวยการโรงเรียนจะประชุมหารือกันว่าจะดำเนินการเช่นใดต่อไป ส่วนทางผู้ปกครองของนักเรียนที่เป็นผู้เสียหายว่าจะดำเนินการอย่างไร ทางโรงเรียนสนับสนุนเต็มที่  แต่ในกรณีของการบุกรุกเข้ามารทำร้ายนักเรียนในโรงเรียนที่เป็นสถานศึกษานั้น ไม่สมควร ไม่เหมาะสมจริงๆ

ขณะที่ น.ส.ส้ม เล่าว่า ตนกับคนก่อเหตุ เรียนหนังสืออยู่คนละโรงเรียน โดยคนที่ลงมือทำร้ายร่างกายนั้น เป็นนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หนองสองห้อง ซึ่งไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน แต่เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจากกรณีที่ นายเอ (นามสมมุติ) แฟนของ น.ส.น้อย ได้แอดมาขอเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก แล้วทักแช็ตมาทักทาย เหมือนจีบ ทั้งยังบอกกับตนว่า เลิกกับ น.ส.น้อย แล้ว ก่อนจะทักมาบ่อยขึ้น รวมแล้วประมาณ 5 วัน กระทั่ง น.ส.น้อย ได้ทักแช็ตมาต่อว่า และใช้ถ้อยคำรุนแรงหยาบคาย  กล่าวหาว่าตนแย่งผัว อยากได้ผัว รวมถึงบอกว่าจะมาตบ มาทำร้าย แต่ทั้งหมดตนไม่ได้บอกพ่อแม่ 

น.ส.ส้ม กล่าวอีกว่า เมื่อโรงเรียนเปิดเทอมจึงมาเรียนหนังสือที่โรงเรียน ก็มีเพื่อนของน.ส.น้อย ทักมาบอกว่า ให้เลิกยุ่งกับผัวของ น.ส.น้อย เพราะถ้าไม่เลิกเรื่องไม่จบ ซึ่งขณะนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ศาลาในโรงเรียน ก็ถูก น.ส.น้อย บุกเข้ามาที่โรงเรียนและลงมือทำร้ายร่างกาย โดยมี น.ส.มาย เพื่อนของ น.ส.น้อย นั่งถ่ายคลิปอยู่ใกล้ ๆ เมื่อเพื่อนนักเรียนเห็นจึงตะโกนไล่ ทั้งสองคนจึงรีบออกจากโรงเรียนไป ตนจึงรีบไปแจ้งให้ครูประจำชั้นทราบเรื่อง ครูจึงให้กลับบ้านและแนะนำให้แจ้งผู้ใหญ่บ้านและพ่อแม่ให้ทราบเรื่อง เมื่อพ่อแม่ทราบเรื่องจึงพาเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.หนองสองห้อง เพื่อให้จับกุม น.ส.น้อย และนส.มาย มาดำเนินการตามกฏหมาย  เพราะตนไม่ได้แย่งผัวใครตามที่ถูกกล่าวหา และถ้าทั้งสองคนมาขอโทษก็ไม่ให้อภัย แต่อยากเตือนว่าอย่าทำแบบนี้กับใครอีก

ด้าน พ่อและแม่ของน.ส.ส้ม กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้น รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก และไม่ทราบว่า พ่อแม่ของนักเรียนคู่กรณีนั้น ทราบเรื่องหรือยัง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นพ่อแม่ไม่ยอม แต่ตนเองไม่รู้เรื่องกฏหมาย จึงนำเรื่องดังกล่าวเข้าปรึกษากับ นายปกาญจน์ ประธานสภาทนายความจังหวัดพล ซึ่งเป็นญาติกัน ก่อนที่จะพากัน ไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.หนองสองห้อง ให้มีการดำเนินการตามกฏหมายกับนักเรียนที่ก่อเหตุให้ถึงที่สุด
 
"การแจ้งความ ก็ต้องการให้ตำรวจจับคนก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ถ้าพ่อแม่หรือญาติและครูของฝ่ายนั้นทราบเรื่องแล้ว พาลูกหลานมาขอโทษก็ต้องดูลักษณะและกิริยาวาจา รวมถึงนิสัยของเด็กก่อนว่าจะยกโทษให้ได้หรือไม่  เพราะเชื่อว่าคนก่อเหตุกระทำโดยไม่ได้รู้สึกสำนึกอะไร"

นายปกาญจน์ ทนายความและเป็น ญาติ ของ น.ส.ส้ม กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องแคท นั้น อยากให้ตำรวจมีการสืบสวนสอบสวน นำตัวนักเรียนหญิงที่ก่อเหตุ มาดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับใครได้อีก เพราะการกระทำที่กล้าบุกเข้าไปทำร้ายคนอื่นถึงในโรงเรียนนั้น เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานด้วย แต่หากนักเรียนหญิงทั้งสองคนรู้ตัวว่าตัวเองทำผิด และมีสำนึกดีก็ควรมาขอโทษครอบครัวของน้องส้มด้วย
               
ทั้งนี้ พ.ต.อ.ธีร์ธัชช์ พงษ์สุวรรณ์ ผกก.สภ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ทั้งผู้เสียหายและคนก่อเหตุ ต่างเป็นเยาวชนที่กำลังเรียนหนังสือในระดับมัธยมต้น หลังรับแจ้งความก็ส่งผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่รพ.และมีการสอบสวนฝ่ายผู้เสียหายในเบื้องต้นแล้ว และได้นัดทีมสหวิชาชีพเพื่อสอบปากคำน้องไว้แล้วเช่นกัน ในวันที่ 13 ธ.ค. ที่จะถึงนี้ ส่วนคู่กรณีหรือคนที่บุกรุกเข้าไปทำร้ายร่างกายนั้น ผู้เสียหายทราบเพียงชื่อเล่น ทางพนักงานสอบสวนจะประสานไปยังโรงเรียนของคู่กรณี เพื่อขอทราบชื่อ ที่อยู่ เพื่อจะเชิญตัวมาให้ปากคำกับสหวิชาชีพ ทั้งจะแจ้งข้อหาด้วย คือ ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ส่วนการบุกรุกสถานศึกษาแล้วไปก่อเหตุนั้น หากโรงเรียนมีความต้องการจะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย ทางโรงเรียนก็สามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง