เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : ถอดบทเรียนคดี รปภ.ข่มขืนลูกบ้าน

เจาะประเด็นข่าว 7HD - กรณีหัวหน้า รปภ. ขืนใจลูกบ้านในคอนโดฯ มีหลายปมที่คนตั้งข้อสงสัย ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคล - รปภ. ที่ไม่ยอมให้ตำรวจเข้าคอนโดฯ มีความผิดฐานขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานหรือไม่ ตำรวจที่ลงพื้นที่ไม่แม่นข้อกฎหมาย จนพลาดการจับกุมหรือเปล่า ใครเป็นคนออกใบรับรองให้คนร้ายรายนี้ มีโอกาสเข้าสู่เส้นทางการเป็น รปภ. เราจะกางข้อกฎหมายให้ได้รู้ครบ จบในข่าวนี้

ทีมข่าวช่อง 7HD ตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ พบมีกฎหมายสามฉบับทั้งในส่วนการรับคนเข้าทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย กฎหมายอาญา เกี่ยวกับอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกฎหมายอาคารชุด ในส่วนของนิติบุคคล เริ่มกันที่คำถามแรกก่อนว่านายมนตรี ใหญ่กระโทก เคยมีประวัติอาชญากร ถูกพิพากษาจำคุกในคดีข่มขืนมาแล้ว เหตุใดจึงมาทำอาชีพ รปภ.ได้ เมื่อเปิดกฎหมายธุรกิจรักษาความปลอดภัย พบว่า มาตรา 34 กำหนดลักษณะต้องห้ามของคนที่จะเป็น รปภ.ไว้ว่า ต้องไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาให้ถึงที่สุดให้จำคุก สำหรับความผิดเกี่ยวกับชีวิต และร่างกาย ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ หรือความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญาฯ แล้วเหตุใดนายมนตรี ซึ่งเคยต้องโทษในคดีข่มขืน จึงได้รับใบอนุญาตให้เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยจากทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล

นอกจากนี้ ทีมข่าวช่อง 7HD ยังลงพื้นที่ย่านถนนกรุงเทพกีฑา ไปตรวจสอบบริษัทที่นายมนตรี เป็น รปภ.อยู่ แต่ได้รับการปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ อ้างว่าเกรงจะกระทบกับรูปคดี แต่ทีมข่าวของเราก็ไม่ลดละ พยายามติดต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง จนได้พูดคุยกับตัวแทนบริษัท ก็ยอมรับว่า ช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายมนตรี เข้ามาทำงานที่บริษัทเป็นครั้งที่สอง ทำงานปีนี้เข้าปีที่สาม ไม่เคยมีพฤติกรรมไม่ดี และไม่มีประวัติยาเสพติด จึงได้รับความไว้วางใจให้เป็นหัวหน้า รปภ. ซึ่งตอนที่มาสมัครงานมีเอกสารยืนยันครบถ้วน ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ถือว่าผ่านการคัดกรองมาแล้วในชั้นหนึ่ง ทางบริษัทจึงไม่ได้ส่งประวัตินายมนตรีไปตรวจสอบซ้ำ ถือเป็นข้อผิดพลาดที่ชะล่าใจ แต่หลังเกิดเหตุการณ์นี้ได้มีการนำประวัติ รปภ.ในบริษัททั้ง 200 คน ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย และยืนยันว่า พร้อมเยียวยาผู้เสียหาย

ทีมข่าวช่อง 7HD ตามข้อมูลต่อเกี่ยวกับความผิดเดิมที่คนร้ายรายนี้เคยก่อไว้ พบว่า นายมนตรีเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยม ของเรือนจำจังหวัดสระแก้ว กระทำผิดฐานบุกรุก กระทำชำเรา กักขัง หน่วงเหนี่ยว มีโทษตามคำพิพากษา 5 ปี 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2556 พ้นโทษวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 เท่ากับรับโทษจริงเพียงแค่ 3 ปี 5 เดือน 24 วันเท่านั้น ทั้งนี้หากนายมนตรี ถูกคำพิพากษาเด็ดขาดจากการกระทำผิดซ้ำ ก็จะเป็นนักโทษชั้นเลว ที่ไม่มีโอกาสได้ปรับชั้นนักโทษอีก

ส่วนกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ระบุชัด ตำรวจมีอำนาจเต็มในการเข้าระงับเหตุในอาคารชุดหากได้รับการร้องขอ และนิติบุคคลไม่มีสิทธิ์ที่จะห้ามเข้าในพื้นที่ เมื่อมีญาติเข้าแจ้งความร้องทุกข์ จะอ้างระเบียบใดมาอยู่เหนือกฎหมายไม่ได้

ขณะที่กฎหมายอาคารชุด ที่บัญญัติเกี่ยวกับนิติบุคคลอาคารชุด ก็กำหนดชัดเจนว่า ผู้จัดการมีหนั้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยหรือความสงบเรียบร้อยภายในอาคารชุด เมื่อเกิดเหตุไม่ปลอดภัยในอาคารชุด ย่อมต้องมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ทำไมยังเกิดปัญหาที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าที่เกิดเหตุล่าช้า ซึ่งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุดที่เกิดเหตุ ก็ยืนยันต้องดำเนินการตามนี้ จะนำนิติบุคคลไปเป็นเครื่องมือให้ใครรอดการกระทำผิดไม่ได้

ข่าวอื่นในหมวด