ประเด็นเด็ด 7 สี

รายงานพิเศษ : รวบแล้ว โจรวิ่งราวทอง จ.กำแพงเพชร

ประเด็นเด็ด 7 สี - ตำรวจใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง ตามจับกุมผู้ต้องหา ที่ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ในร้านทอง ที่จังหวัดกำแพงเพชรได้ และนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ อ้างต้องการหาเงินไปซื้อแหวนให้แฟนสาว ติดตามจากรายงาน ศิรัณพร มูลอุทก

กล้องวงจรปิดในร้านทองแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดกำแพงเพชร เผยให้เห็นวินาทีคนร้ายเป็นชาย รูปร่างสันทัด ใส่เสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงขาสามส่วนสีเข้ม สวมหน้ากากอนามัย และหมวกสีแดง ตราลิเวอร์พูล ทำทีเป็นคุยโทรศัพท์ เข้ามาขอเลือกดูสร้อยคอทองคำ เจ้าของร้านจึงยกถาดที่ใส่ทองมาให้เลือก และหยิบสร้อยทองน้ำหนัก 2 บาท ให้ดู 1 เส้น คนร้ายหยิบขึ้นมาดู และอาศัยจังหวะที่เจ้าของร้านเผลอ คว้าเอาสร้อยทอง วิ่งออกไปขี่จักรยานยนต์หลบหนี โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นประมาณ 17.00 น.เมื่อวานนี้

หลังเกิดเหตุตำรวจ สภ.เมืองกำแพงเพชร ทำงานอย่างรวดเร็ว เร่งเก็บหลักฐานลายนิ้วมือแฝง และDNA ในที่เกิดเหตุ พร้อมไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี กระทั่งกลางดึกวันเดียวกัน ตามไปจับกุมผู้ก่อเหตุ ได้ที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ในซอยกำแพงเพชร 1 ตำบลในเมือง ทราบชื่อคือนายธงชัย เยาวชนอายุ 18 ปี และนายพงศกร หรือโอม เกษวงศ์รอต อายุ 28 ปี ทั้ง 2 คนเป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนี้ยังตรวจยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือ แหวนทอง 1 วง รวมถึงรถจักรยานยนต์ หมวกแก๊ป สีแดง และเสื้อผ้า ซึ่งเป็นหลักฐานที่ใส่ในวันก่อเหตุ

สอบสวนนายธงชัย รับสารภาพว่า ก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำจริง อ้างต้องการหาเงินไปซื้อของให้กับแฟนสาว หลังจากที่ได้ทองมาแล้ว ได้ให้นายพงศกร พานำทองไปขาย ได้เงินมา 50,000 บาท แบ่งเงินจำนวนหนึ่งไปซื้อแหวนทอง 1 วง หวังจะนำไปมอบให้แฟน และยังเหลือเงินในแอปฯธนาคารอีกประมาณ 30,000 บาท เตรียมที่จะนำไปใช้หนี้ หลังสอบสวนแล้วเสร็จถูกตำรวจคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ด้านนายสมบูรณ์ พินิตไพศาล เจ้าของร้านทองที่เกิดเหตุ ซึ่งยังคงเปิดร้านตามปกติ แต่ได้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เผยว่า ยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ต้องขอบคุณตำรวจ ที่สามารถตามจับคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว และหวังให้ติดตามทองของกลางกลับคืนมาให้ได้

หลังจากนี้ตำรวจจะสอบสวนขยายผลว่าผู้ต้องหานำทองน้ำหนัก 2 บาท ไปขายให้กับใคร เพื่อเร่งติดตามทองของกลางกลับคืนมา เบื้องต้นถูกตั้งข้อหาฐานร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ และจะคุมตัวส่งฝากขังศาลในวันพรุ่งนี้ (7 ม.ค.)