สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : หัวหน้า รปภ. ข่มขืนลูกบ้าน ยอมมอบตัว

สนามข่าว 7 สี - ติดตามกันมาตลอดทั้งวัน ในที่สุด หัวหน้า รปภ. ที่ก่อเหตุข่มขืนหญิงลูกบ้านคอนโดมิเนียม ก็ตัดสินใจเข้ามอบตัวกับตำรวจชุดจับกุมที่ไปไล่ล่าในจังหวัดสระแก้วแล้ว และเมื่อคืนนี้ตำรวจก็คุมตัวผู้ต้องหามาส่ง สน.เพชรเกษม เพื่อดำเนินคดีใน 2 ข้อหา ตามที่ถูกออกหมายจับ ไปลงสนามข่าวนี้กับคุณดารินทิพย์ วิมลพัฒน์

หลังจากที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนภูธรจังหวัดสระแก้ว และชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ไปตรวจสอบบ้านพักของนายมนตรี ใหญ่กระโทก หัวหน้า รปภ. ที่อยู่ในตำบลทุ่งมหาเจริญ อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว เพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดี แต่เมื่อไปถึงก็ไม่เจอตัวผู้ต้องหา เจอแค่เพียงมารดาของนายมนตรี ที่ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้นายมนตรีได้มาหาที่บ้านจริง

ชุดสืบสวนได้พูดคุยกับคนในละแวกบ้าน จนไปเจอข้อมูลว่า นายมนตรีได้มาขอยืมเงินเพื่อนบ้านไป 500 บาท จากนั้นก็ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ตำรวจได้ตามแกะรอยจนไปเจอรถจักรยานยนต์จอดอยู่ใกล้กับเขตป่า ซึ่งเป็นรอยต่อ 5 จังหวัดทางภาคตะวันออก ทำให้สันนิษฐานว่าผู้ต้องหาน่าจะอาศัยความคุ้นเคยจากการที่เคยเก็บของป่าขายในอดีตหลบหนีเข้าไปในป่า เจ้าหน้าที่จึงวางแผนสนธิกำลังตรวจค้นทั้งทางบก ทางอากาศ รวมถึงนำหน่วยอรินทราชร่วมค้นหา ใช้เวลานานค่อนวัน สุดท้าย นายมนตรี ที่ถูกกดดันจนทนไม่ไหว ตัดสินใจออกมามอบตัว ชุดจับกุมจึงพาตัวนายมนตรีไปที่ สภ.วังน้ำเย็น เพื่อลงบันทึกจับกุม ก่อนจะคุมตัวกลับมาดำเนินคดีที่กรุงเทพฯ

โดยมีผู้บัญชาการตำรวจนครบาลไปสอบปากคำผู้ต้องหาที่ สน.เพชรเกษม ด้วยตัวเอง ก่อนจะออกมาระบุว่า นายมนตรีรับสารภาพว่าข่มขืนผู้เสียหายจริง เนื่องจากแอบชอบผู้เสียหายมาก่อน แต่อ้างว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ และมีการเสพสารเสพติดจนมึนเมา เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา และบุกรุกเคหสถานในเวลาวิกาล พร้อมคัดค้านการประกันตัว

ขณะที่นายมนตรีก็ได้พูดขอโทษ และยอมรับผิด อย่างไรก็ตาม มีมวลชนบางส่วนมารอจะเข้าประชาทัณฑ์นายมนตรี แต่ถูกเจ้าหน้าที่กันไว้ และพาผู้ต้องหาเข้าห้องขังทันที

ส่วนประเด็นที่มีข้อสงสัยถึงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่คอนโดมิเนียมในคืนวันเกิดเหตุ ว่ามีพฤติกรรมขัดขวางการปฏิบัติงานของตำรวจหรือไม่ วานนี้ ผู้จัดการคอนโดมิเนียมที่เกิดเหตุ พร้อมทนายความ นำคลิปวิดีโอจากกล้องวงปิด และเอกสารไทม์ไลน์ช่วงเวลาก่อนและหลังเกิดเหตุ ไปให้พนักงานสอบสวน พร้อมยืนยันว่า เหตุการณ์ในคืนนั้นทำไปตามหลักการปฏิบัติปกติ โดยกลุ่มญาติและเพื่อนของผู้เสียหายเดินทางมาถึงที่ป้อมยามทั้งหมด 3 กลุ่ม 3 ช่วงเวลา โดยกลุ่มที่ 1 และ 2 มาถึงเวลา 01.28 น. และ 01.38 น. เจ้าหน้าที่ รปภ. ได้ใช้วิทยุสื่อสารแจ้งหัวหน้า รปภ. ซึ่งขณะนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ว่ามีญาติผู้เสียหายมาติดต่อจะขอขึ้นอาคาร แต่ก็ไม่มีการตอบกลับ ระหว่างนั้นก็ได้ติดต่อช่างอาคารให้พาขึ้นไปแทน โดยใช้เวลาเพียง 5-10 นาที ก่อนที่ญาติอีกกลุ่มจะตามมาถึงในเวลา 01.43 น. แต่เพราะเจ้าหน้าที่ รปภ. ไม่มีคีย์การ์ดเข้าไปในอาคาร ทำให้ญาติผู้เสียหายไม่พอใจและเกิดการกระทบกระทั่งกัน

ส่วนเรื่องที่หัวหน้า รปภ. เป็นผู้พาช่างกุญแจขึ้นไปที่ห้องผู้เสียหายในยามวิกาลนั้น ผิดระเบียบของคอนโดมิเนียมอยู่แล้ว เพราะตามขั้นตอน รปภ. ต้องแจ้งให้ช่างอาคารทราบและเป็นคนพาขึ้นไป และสิ้นเดือนนี้ก็อาจพิจารณาเปลี่ยนบริษัท รปภ. เนื่องจากหมดสัญญาเดิม แต่บริษัท รปภ.ก็รับปากจะเยียวยาให้ผู้เสียหาย ส่วนตัวผู้เสียหายยังคงตื่นตกใจและร้องไห้ตลอดเวลา ปัจจุบันได้ไปพักอาศัยอยู่กับญาติ

สำหรับประเด็นเรื่องการรับหัวหน้า รปภ. เข้าทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ทั้งที่เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2562 ซึ่งยังไม่ครบกำหนดระยะเวลาที่กฎหมาย เรื่องนี้ตำรวจมีคณะทำงานตรวจสอบรายละเอียด เพื่อหาความชัดเจนว่าเกิดปัญหาตรงจุดใด หรือมีการยื่นหลักฐานเท็จเพื่อขอออกใบรับรองหรือไม่