เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : กางข้อมูลโอมิครอน ร้าย-ไม่แรง แต่ต้องระวัง

เจาะประเด็นข่าว 7HD - ความกังวลของคนไทย อาจจะห่วงกันว่าระบาดระลอกนี้ จะเกิดปัญหาระบบสาธารณสุขไทยล่มอีกหรือไม่ อัตราเร่งในการติดเชื้อที่สามวันเพิ่มขึ้นสองเท่า เมื่อเทียบกับช่วงสูงสุดที่เดลตาระบาด มีความเหมือน แตกต่างอย่างไร จะได้รู้ครบ จบในข่าวนี้

ทีมข่าวช่อง 7HD ขอให้คุณหมอเฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ รองประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข วุฒิสภา ซึ่งติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างใกล้ชิด เทียบสถิติให้เห็นกันชัด ๆ ถึงความเหมือน ความต่าง ระหว่างการระบาดระลอก 3 ถึง 4 ยุคอัลฟา เดลตา กับ ระลอก 5 ในปัจจุบันคือ โอมิครอน พบข้อมูลที่น่าสนใจคือ ตัวเลขติดเชื้อสูงสุดของระลอก 3 ช่วงกลางเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในวันที่13 สิงหาคม 23,418 คน อีก 5 วันถัดมา 18 สิงหาคม มีผู้เสียชีวิต 312 คน ลงมาต่ำสุดถือว่ายุติของระลอกที่ 3 28 ธันวาคม ติดเชื้อ 2,305 คน เสียชีวิต 32 คน ในทางวิชาการถือว่าระลอก 3 เริ่มต้น 1 เมษายน สิ้นสุด 28 ธันวาคม ติดเชื้อ 2,214,712 คน เสียชีวิต 21,630 คน เริ่มนับการระบาดระลอก 4 วันที่ 1 มกราคม ปีนี้ พบว่าช่วง 7 วันที่ผ่านมาอัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้น 140.98%

ถึงแนวโน้มจะค่อนข้างชัดป่วยมาก อาการหนักน้อย โรงพยาบาลหลักน่าจะรับมือได้ ที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมคือ โรงพยาบาลสนามกับ Home Isolation แต่หลายคนอาจยังหวั่นใจว่า ระบบสาธารณสุขจะพร้อมแน่หรือ จะไม่ล่มเหมือนที่เคยเกิดช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ปีที่แล้ว ทีมข่าวช่อง 7HD เลยตรวจสอบเรื่องนี้กับนายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ได้รับคำยืนยันว่ามีการเตรียมความพร้อมและแผนรองรับต่าง ๆ ไว้แล้ว ขอให้มั่นใจ 

โดยการจัดสรรเตียงหากผู้ป่วยไม่มีอาการอะไรเลย หรืออาการน้อย มีโรคร่วมที่รักษาแต่สามารถควบคุมได้ และอายุน้อยกว่า 75 ปี จะให้ใช้ระบบกักตัวที่บ้าน หรือ Home Isolation หรือสถานที่กักตัวในชุมชน เป็นการรักษาด่านแรก

แต่หากอาการหนัก มีอาการไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียส หายใจเร็วกว่า 25 ครั้งต่อนาที ค่าออกซิเจนในเลือดน้อยกว่า 94% และมีโรคประจำตัว หรือจำเป็นต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ให้นำส่งผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาลได้ทันที

ส่วนเตียงที่จะรองรับผู้ป่วย ข้อมูลล่าสุดวันนี้ จำนวนเตียงทั่วประเทศ 178,139 เตียง มีอัตราการครองเตียง 28,007 เตียง มีเตียงว่าง 150,132 เตียง หรือ 84.3% เพียงพอที่จะรองรับผู้ป่วยใหม่ได้ถึงวันละประมาณ 40,000 - 50,000 คน ขณะที่ยาฟาวิพิราเวียร์ในระบบสำรองยา มี 15 ล้านเม็ด สามารถใช้ได้อีกประมาณ 2 เดือน แต่มีการสำรองวัตถุดิบที่พร้อมผลิตยาได้อีก 60 ล้านเม็ด

แต่ประเด็นที่น่าเป็นห่วง คือกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีที่ยังไม่ได้มีการฉีดวัคซีน และกรณีของกลุ่มแรงงานต่างด้าว ซึ่งได้สั่งการให้จัดสถานที่กักตัวแยกเฉพาะเพื่อเตรียมรองรับไว้แล้ว

ถ้าเราเทียบลักษณะการแพร่เชื้อในช่วงระลอก 3 จะหนักที่ชุมชน แต่ในระลอก 4 เป็นการระบาดจากการสังสรรค์ รับประทานอาการร่วมกันมากขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่ต้องระวังในการใช้ชีวิตประจำวันเพราะต้องตระหนักไว้ตลอดเวลาว่า โอมิครอน แพร่เชื้อได้เร็ว 2-5 เท่า