ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : เจาะคดีทุจริตชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ ตอน 4

ข่าวภาคค่ำ - ยังอยู่กับการตรวจสอบการทุจริตชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ วันนี้คอลัมน์หมายเลข 7 ลงลึกถึงการเข้าไปแก้ปัญหาให้กับสหกรณ์แห่งนี้ เดินหน้าไปถึงไหน จัดการกันอย่างไร ติดตามกับคุณสุธาทิพย์ ผาสุข

ผลจากการขาดทุนสะสมของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ ที่มากถึง 851 ล้านบาท มีเรื่องที่ต้องสะสางทั้งการจัดการกับคนทุจริต ที่ทำให้ชุมนุมสหกรณ์ฯ อยู่ในภาวะวิกฤต รวมถึงการยกเครื่องบริหารจัดการใหม่เพื่อต่อลมหายใจชุมนุมสหกรณ์ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

โดยในส่วนของการจัดการกับกลุ่มคนทุจริตนั้น กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้เข้าไปแก้ปัญหาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เริ่มจากการเคลียร์หนี้คงค้างจากการขายสินค้าเป็นเงินเชื่อให้กับบริษัท โอพีจีเทค จำกัด จำนวนกว่า 386 ล้านบาท ซึ่งทางบริษัทยินยอมชำระเงินให้กับทางชุมนุมสหกรณ์ฯ แต่กลับเบี้ยวไม่ยอมจ่ายตามที่ตกลงกันไว้ จึงต้องมีการยื่นเรื่องต่อศาลขอให้ออกหมายบังคับคดี จากนั้นก็ไล่เบี้ยเอาผิดกับผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหาย ด้วยการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และสอบสวนคณะกรรมการฯชุดที่ 19 20 และ 21 และผู้จัดการใหญ่

เมื่อพบว่ามีความผิดจริง ก็เดินหน้าดำเนินคดีกับคณะชุดที่ 19 เรียกค่าเสียหายจำนวน 395 ล้านบาท และดำเนินคดีกับคณะกรรมการชุดที่ 19 20 และ 21 เรียกค่าเสียหายจำนวน 2 ล้าน 5 แสนบาท รวมทั้งปลดคณะกรรมการชุดที่ 21 ตั้งกรรมการชุดที่ 22 ขึ้นมาบริหารชั่วคราว แต่ก็ยังประสบปัญหาไม่ดำเนินการตามคำสั่งของนายทะเบียนสหกรณ์

จนต้องให้พ้นจากตำแหน่งยกชุด พร้อมดำเนินคดี ฐานฝ่าฝืน ไม่แก้ไขข้อบกพร่องตามคำสั่ง กระทั่งมีคณะกรรมการชุดที่ 23 ขึ้นมาทำหน้าที่ ซึ่งก็คือชุดปัจจุบัน ร่วมกันแก้ปัญหา จนขณะนี้โรงงานเริ่มกลับมาเดินเครื่องจักรได้อีกครั้ง

ขณะที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันอย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร ก็เข้ามามีบทบาทตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน หลังได้รับคำร้องเรียนจากประชาชน โดยลงพื้นที่หารือแนวทางแก้ปัญหาเพื่อลดภาระหนี้สินของชุมนุมสหกรณ์ฯ ที่มีกับ ธ.ก.ส. มากถึง 695 ล้านบาท แนะนำให้จำหน่ายทรัพย์สินบางส่วนเพื่อนำไปใช้หนี้ และเสนอให้คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้กับชุมนุมสหกรณ์

หนี้สินของชุมนุมสหกรณ์ฯ ถือเป็นภาระหนักอึ้ง ที่ผู้บริหารชุดปัจจุบันต้องแบกรับ ท่ามกลางความเดือดร้อนของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกมากกว่า 50,000 ครัวเรือน ที่จนถึงขณะนี้ ไม่ได้เงินปันผล ไม่สามารถถอนหุ้น และถอนเงินออกมาได้ ได้แต่ก้มหน้ารับกรรมที่ไม่ได้ก่อ ส่วนคนก่อกรรมยังต้องรอลุ้นผลจากการดำเนินคดีว่าจะสิ้นสุดอย่างไร