ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : ทุจริตกัดกร่อนสหกรณ์ทั่วประเทศ เสียหายกว่า 3 พันล้าน

ข่าวภาคค่ำ - หลังการตรวจสอบการทุจริตชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ คอลัมน์หมายเลข 7 ขยายผลตรวจสอบภาพรวมสหกรณ์ทั่วประเทศยังแข็งแกร่ง หรือถูกกัดกร่อนจากการทุจริต คุณสุธาทิพย์ ผาสุข

หลังการลงพื้นที่ตรวจสอบการทุจริตชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ และพูดคุยกับสมาชิกเกษตร มีข้อสังเกตถึงจุดเริ่มต้นและข้อบกพร่อง ที่อาจนำมาซึ่งการทุจริตในหลายสหกรณ์ที่มีอยู่ในประเทศไทย พบว่า รายชื่อและระเบียบโครงสร้างวาระการบริหารงานของบุคคลเดิมที่มักจะอยู่ในระยะเวลาที่ยาวนาน รวมถึงมีคำถามว่า กลไกการตรวจสอบที่มีอยู่เพียงพอแล้วหรือไม่

ปัจจุบันประเทศไทยมีสหกรณ์จำนวนทั้งสิ้น 6,532 แห่ง แบ่งเป็นสหกรณ์ภาคการเงิน 1,893 แห่ง และที่ไม่ใช่ภาคการเงิน 4,043 แห่ง ที่น่าห่วงคือตัวเลขหนี้เสีย หรือ NPL ซึ่งในปี 2564 สูงถึง 66,394 ล้านบาท มากกว่าปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 62,731 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.84 โดย NPL ส่วนใหญ่อยู่ในสหกรณ์ภาคการเกษตร

ข้อมูล ณ วันที่ 3 มกราคม 2565 กรมส่งเสริมสหกรณ์ พบข้อบกพร่องที่มีการทุจริตจากระบบการจัดการของสหกรณ์ที่ผ่านมา 247 แห่ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทั้งหมดกว่า 3,126 ล้านบาท ถือเป็นมะเร็งร้ายที่กัดกร่อนความเข้มแข็งของสหกรณ์ทั่วประเทศ ซึ่งได้มีการแก้ไขจนมูลค่าความเสียหายลดลงเหลือกว่า 2,886 ล้านบาท ที่ยังรอการสะสาง

ตามกระบวนการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ชุมนุม เป็นเรื่องของสถาบันเกษตรกรที่มีอำนาจเต็ม ที่จะบริหารจัดการโดยคณะกรรมการ ซึ่งตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 ระบุให้การดำเนินกิจการของสหกรณ์คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ กรรมการผู้จัดการ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายวัตถุประสงค์ ขอบเขตแห่งการดำเนินกิจการตามข้อบังคับของสหกรณ์ และมติที่ประชุมใหญ่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของสหกรณ์หรือสมาชิก ห้ามแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ แต่ในความเป็นจริง หลักการดังกล่าวกลับใช้ไม่ได้กับชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จนนำไปสู่การบริหารงานที่ไม่โปร่งใส ทำให้เกิดภาวะขาดทุนเกือบพันล้านบาท ทำให้ขณะนี้มีการถอดบทเรียนกฎหมาย เพื่อหวังนำไปสู่การเกิดธรรมาภิบาลป้องปรามการทุจริต

ข่าวอื่นในหมวด