เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : ตามดูลงทะเบียนสลากฯ ใหม่ ใครได้-ใครเสีย

เจาะประเด็นข่าว 7HD - ตีตรงจุด วันนี้ มาตามกันต่อกับปัญหาการขายสลากเกินราคา ที่มีการประกาศมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชน เป็นโครงการสลาก 80 ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี จะสามารถแก้ไขได้จริงหรือไม่ โครงการนี้เป็นอย่างไร จะได้รู้ครบจบในช่วงนี้

ภาพที่เห็นอยู่นี้ คือบรรยากาศที่บรรดายี่ปั๊วมารอซื้อต่อสลากฯ กล่อง จากพ่อค้าแม่ค้าสลากฯ รายย่อย ซึ่งได้โควตาคนละไม่เกิน 1 กล่อง หรือ 5 เล่ม รวม 500 ใบ แต่อนาคตยังไม่มีใครรับประกันว่า ผู้ค้าสลากฯ รายย่อยเหล่านี้ จะยังมีโอกาสได้สัมผัสกล่องสลากฯ เหมือนวันนี้หรือไม่

จึงไม่แปลกที่มีกระแสต้านอย่างรุนแรงทั่วประเทศ เมื่อสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลประกาศโรดแมปแก้ปัญหาสลากฯ ราคาแพง หนึ่งในนั้นคือเปิดให้ผู้ค้าสลากระบบซื้อ-จอง ทั้งเก่า-ใหม่ ต้องลงทะเบียนใหม่ทั้งหมดเพื่อรับสิทธิ 200,000 คน ทำให้กลุ่มผู้ขายสลากฯ ทั่วประเทศออกมาเคลื่อนไหว เพราะกังวลว่าการลงทะเบียนใหม่จะทำให้เสียสิทธิ ไม่ได้ขายต่อ   

ทีมข่าวช่อง 7HD สอบถามผู้ขายสลากรายย่อย พบว่ามีทั้งคนที่ได้สิทธิขายสลากจากการลงทะเบียนระบบซื้อ-จองธนาคาร และคนที่ยอมซื้อต่อจากยี่ปั๊ว ไม่เห็นด้วยกับมาตรการนี้ เพราะกังวลสิทธิการขายจะมาไม่ถึงตนเอง และมองว่าไม่เป็นธรรม เนื่องจากให้ผู้ขายสลากลงทะเบียนใหม่ แต่ให้สิทธิกลุ่มได้โควตาต่อไป ทั้งที่ปัญหาสลากเกินราคา 80 บาท มีปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่ผู้ขายสลากรายย่อย

จากข้อมูลพบว่า สาเหตุที่ทำให้สลากฯ แพง เพราะเส้นทางของสลากฯ กว่าจะถึงมือผู้บริโภค ไม่ได้มีแค่ผู้ขายที่ได้สิทธิตัวแทนจำหน่าย แต่ต้องผ่านการซื้อขายหลายทอด รวมถึงมีกลุ่มที่คอยเบียดเบียนอยากได้สลากฯ นำไปขาย จึงขอซื้อผ่านพ่อค้าคนกลาง กลายเป็นโอกาสให้พ่อค้าคนกลางโก่งราคา อีกทั้งผู้บริโภคนิยมซื้อสลากฯ รวมชุด ยอมจ่ายแพงกับเลขเด่น เลขดัง จากสารพัดเจ้าแม่ กลายเป็นปัจจัยหนุน ที่สำคัญคือ สลากฯ เมื่อพ้นมือสำนักงานกินแบ่งรัฐบาล มาอยู่ในมือผู้ค้า ไม่สามารถส่งคืนได้ ทำให้ต้องแบกรับภาระขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น จากการขายสลากฯ ไม่หมด

คนที่ได้จัดการจัดสรรสลากมาในราคาต้นทุน 70.40 บาท เมื่อมีการนำไปขายต่อให้คนขายที่ไม่ได้สิทธิ หรือยี่ปั้วที่มารอกว้านซื้อ ยิ่งถูกเปลี่ยนมือหลายทอด ราคาก็จะถูกปั่นเพิ่มสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ กว่าจะถึงผู้บริโภคราคาก็พุ่งไปหลักร้อย

และหากนำไปจัดเป็นสลากฯ ชุดขาย ก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นไปอีกหลายเท่า โดยเฉพาะเลขดังที่ตลาดผู้ซื้อมีความต้องการสูง

3 มาตรการ เพื่อแก้ไขปัญหาการขายสลากเกินราคา ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว จึงถูกกำหนดขึ้น ตั้งแต่ขยายจุดจำหน่ายโครงการสลากฯ ราคา 80 บาท ให้เพิ่มเป็น 1,000 จุด ทั่วประเทศ โดยเปิดให้ผู้ขายระบบโควตาร่วมโครงการ ได้สลาก 25 เล่ม หรือ 2,500 ใบต่องวด เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม จนถึง 24 มกราคมนี้

อีกมาตรการคือเปิดให้ลงทะเบียนใหม่ ในระบบซื้อ-จองของธนาคาร ทั้งผู้ขายรายเดิมและหน้าใหม่ ซึ่งจะได้สลากฯ ไปจำหน่ายคนละ 5 เล่ม เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่ 1-31 มกราคม

และการเปิดขายสลากบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งสำนักงานสลากฯ จะเปิดแพลตฟอร์มเอง ให้ผู้ขายสลากทั้งหมด ไม่ว่าจะอยู่ในระบบใดนำสลากมาฝากขายได้ แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการตีความของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้ง 3 มาตรการนี้ จะเริ่มงวดแรก วันที่ 2 พฤษภาคม 2565 และจะทบทวนสิทธิทุก ๆ 2 ปี หากผู้ขายคนใดทำผิดเงื่อนไข จะถูกตัดสิทธิตลอดชีวิต เพื่อคัดกรองให้ได้ผู้ขายสลากฯ ตัวจริง

ซึ่งหลังเริ่มเปิดลงทะเบียนจนถึงวันนี้ มีผู้ค้ารายย่อยทั้งหน้าเก่าและใหม่ ลงทะเบียนระบบซื้อ-จอง แล้ว 370,000 คน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่ามาตรการที่ออกมานี้ เป็นการเขย่าขวดเฉพาะกลุ่มผู้ขายสลากฯ รายย่อย ไม่ได้รวมถึงการตรวจสอบกลุ่มผู้ขายสลากระบบโควตาด้วย

การมุ่งไปที่ผู้ค้ารายย่อยก่อน โดยยังไม่แตะกลุ่มโควตา ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มผลประโยชน์ใหญ่ อาจยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกว่า ยังเกาไม่ถูกที่คัน แก้ปัญหาไม่ถูกจุด และไม่สะเด็ดน้ำ เพราะจะทำทั้งทีควรรื้อทั้งระบบหรือไม่ หากทำแค่นี้จะแก้ปัญหาได้จริงหรือเปล่า