7HDร้อนออนไลน์

โอมิครอนอาการไม่หนัก แต่ต้องชะลอการะบาดไม่ให้เชื้อกลายพันธุ์

#เกาะติดสถานการณ์โอมิครอน วันนี้ (10 ม.ค.65) ที่ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อโควิด-19 กระทรวงสาธารณสุข นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงแนวโน้มการระบาดในประเทศว่า จำนวนติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น แต่สัดส่วนผู้เสียชีวิตลดลง จึงต้องช่วยกันลดการติดเชื้อลงได้มากที่สุด โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 นานเกินกว่า 6 เดือน

อย่างไรก็ตาม การระบาดระลอกนี้ เป็นสายพันธุ์โอมิครอน ร่วมกับช่วงปีใหม่ สาเหตุการระบาดมาจากร้านอาหารกึ่งผับ ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มจาก 2 พันคน มาเป็น 7-8 พันคน แม้ว่าโอมิครอนติดเชื้ออาการจะไม่รุนแรง แต่ สธ.ได้ยกระดับเตือนภัยเป็นระดับที่ 4 ชะลอการแพร่ระบาดไม่ให้เกิดเชื้อกลายพันธุ์ เพื่อให้โควิด-19 เข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่น พร้อมแนะนำให้ประชาชนทั่วไปให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น และขอความร่วมมือ work from home ให้ได้มากที่สุด เป็นเวลา 14 วัน ขอให้กลุ่มเสี่ยงเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ตรวจคัดกรองตนเองด้วย ATK

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  กล่าวว่า ชุด ATK ที่ผ่านการอนุมัติจาก อย. 100 กว่าชนิด กรมวิทย์ฯได้สุ่มมา 8 ยี่ห้อ พบว่า ทั้ง 8 ยี่ห้อ สามารถตรวจจับเชื้อโควิด-19 ได้ และปัจจุบันยังไม่มีชุดตรวจคัดกรองโควิด-19 ที่ตรวจหาสายพันธุ์โอมิครอนได้แบบเฉพาะเจาะจง และไม่มีความจำเป็นต้องรู้สายพันธุ์ เนื่องจากมีการรักษาเป็นแนวเดียวกัน

ในด้านการวินิจฉัยผู้ติดเชื้อโควิด-19 หากเป็นผู้สงสัยติดเชื้อ จะเริ่มด้วยการตรวจ ด้วย ATK คัดกรองโควิด-19 ด้วยตัวเอง หรือ หากพบผลบวกไม่มีอาการ หรืออาการน้อย และไม่มีความเสี่ยงทางการแพทย์ ก็จะเข้าสู่ระบบการรักษาตัวที่บ้าน HI หรือศูนย์พักคอยชุมชน CI แต่หากมีอาการ หรือมีความเสี่ยงทางการแพทย์ ก็จะถูกตรวจซ้ำด้วยวิธี rt-pcr และส่งต่อเข้าโรงพยาบาล

หากผล ATK เป็นลบ ไม่มีอาการแต่มีประวัติเสี่ยง ก็จะต้องเฝ้าสังเกตอาการตัวเองกักตัวเอง แต่หากเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ให้ตรวจ ATK ซ้ำทุก 3 วันหรือเมื่อมีอาการ