ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : จากหมูราคาแพง สู่เรื่องแดง โรคระบาดอหิวาต์แอฟริกา

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ ตรวจสอบปมหมูราคาแพง ที่นำไปสู่เรื่องที่แดงออกมาว่ารัฐบาลรับรู้ถึงอันตรายของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรมาตั้งแต่ปี 2562 แต่ทำไมการรับมือกับโรคระบาดดูเหมือนจะไม่ทันท่วงที มีอะไรที่รัฐบาลต้องให้คำตอบกับประชาชน ติดตามจากคุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

เอกสารที่ท่านผู้ชมเห็นอยู่นี้เป็นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้นำเรื่องขออนุมัติแผนเตรียมความพร้อมรับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรของประเทศไทยเป็นวาระแห่งชาติ ลงวันที่ 5 เมษายน 25562

โดยเหตุผลที่ต้องการให้ทำแผนรับมือโรคนี้เป็นวาระแห่งชาติ เป็นเพราะประเทศรอบไทยมีการแพร่ระบาดของโรคนี้เป็นวงกว้าง ทั้งเวียดนาม มองโกเลีย และจีน มีการทำลายหมูไปเกือบหนึ่งล้านตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เกิดความเสียหายสูงถึง 6,000 ล้านบาท ปัญหาเริ่มลามมาถึงประเทศไทย เมื่อกรมปศุสัตว์ตรวจพบผลิตภัณฑ์สุกรที่เคลื่อนย้ายเข้ามา ปนเปื้อนสารพันธุกรรมเชื้อไวรัสโรคอหิวาต์แอฟริกาจำนวน 59 ตัวอย่าง จากการเคลื่อนย้าย 269 ครั้ง

มีการชี้ถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยไว้ว่า หากเกิดการระบาดของโรคนี้ร้อยละ 30 จะทำให้ต้องเสียเงินในการทำลายสุกรกว่า 21,168 ล้านบาท ถ้าร้อยละ 80 ก็ต้องสูญเสียเงินมากถึง 56,448 ล้านบาท และหากเกิดโรคร้อยละร้อย ต้องสูญเงินทำลายสุกร 70,560 ล้านบาท

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเกิดปัญหาโรคระบาดที่เกษตรกรหาสาเหตุไม่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยกรมปศุสัตว์จะแจ้งว่าเป็นโรค PRRS หรือ โรคเพิร์ส สวนทางกับความเห็นของเกษตรกร ที่คิดว่าระดับความรุนแรงของโรคมากกว่า จึงเชื่อว่าเป็นโรคอหิวาต์แอฟริกา ซึ่งไม่มีวัคซีนและรักษาไม่ได้

แม้ว่ากรมปศุสัตว์ จะไม่เคยยอมรับต่อสาธารณะถึงการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร แต่ในความเป็นจริงกลับปรากฏเอกสารหลายฉบับที่ยืนยันว่า โรคนี้เป็นเรื่องที่น่าวิตกสำหรับประเทศไทย

เช่นเอกสารของภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ลงวันที่ 7 ธันวาคม ปีที่แล้ว แสดงความห่วงใยเกี่ยวกับการควบคุมโรคระบาด ระบุมีข้อมูลว่า พบเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และได้รายงานการตรวจพบโรคต่อกรมปศุสัตว์แล้ว แต่อธิบดีกรมปศุสัตว์ กลับยืนกระต่ายขาเดียว ว่า ไม่เคยเห็นเอกสารดังกล่าว พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหนังสือแจ้งเตือนโรคนี้ แต่ผ่านไปเพียงวันเดียว ท่าทีของกรมปศุสัตว์ก็เปลี่ยนแปลงไป ยืนยัน นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2562 และมีการสุ่มตรวจหาเชื้อเพิ่มเติม ซึ่งจะทราบผลภายในสองวันนี้

ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เกิดคำถาม ประวิงเวลาไม่ประกาศเป็นโรคระบาด เอื้อประโยชน์ทุนใหญ่หรือไม่ เกษตรกรรายย่อยที่สายป่านสั้นไปต่อไม่ไหว จะส่งผลต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมหมูอย่างไร สุดท้ายใครได้ประโยชน์ เป็นเรื่องที่สังคมต้องจับตา