สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ปิดคดีรัวยิงจ่าสิบเอก 6 นัด ผู้ต้องหาอ้างบันดาลโทสะ จ.สงขลา

สนามข่าว 7 สี - ผู้ต้องหาก่อเหตุยิงจ่าสิบเอก เสียชีวิตคาที่ หลังบ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา เข้ามอบตัวแล้ว หลังหลบหนีไปไม่กี่ชั่วโมง รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา และบอกว่าก่อเหตุเพราะบันดาลโทสะ แถมแค้นสุนัขตัวเองถูกวางยาจนตาย ติดตามจากรายงานคุณเตชะวัฒน์ สุขรักษ์

เสียงทะเลาะลั่นบ้านเมื่อวันที่ 8 มกราคม ของหญิงเจ้าของบ้าน กับ นายประมุข จิตจันทร์ หรือ นายดำ ชาวตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ที่ จ่าสิบเอก เรวัตร เรืองช่วย หรือ จ่าอู๊ด อายุ 59 ปี อดีตสารวัตรทหารบก ไปเช่าพื้นที่สวนยางพาราหลังบ้านเพื่อเลี้ยงไก่ชนหลายสิบตัว ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายจากกัน

กระทั่งค่ำวันดังกล่าว นายประมุข ถึงกับฟิวส์ขาด บุกย้อนกลับไปที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง ก่อนชักอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. ที่ยืมจากเพื่อน จ่อยิง จ่าสิบเอก เรวัตร ถึงเก้าอี้ที่นั่งถึง 6 นัด โดยไม่ทันตั้งตัวจนเสียชีวิตคาที่ ก่อนหลบหนีไป ก็ยังทิ้งคำข่มขู่หญิงเจ้าของบ้านให้ระวังชีวิตตัวเองไว้ด้วย ทำให้เจ้าของบ้านต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวง

ปมความขัดแย้งถึงขั้นต้องลงมือฆ่ากัน เพราะ นายประมุข ที่มีบ้านอยู่ติดกับที่เกิดเหตุ รำคาญเสียงไก่ชนที่มีการเลี้ยงไว้นานแล้ว ตั้งแต่ใต้ถุนบ้านก่อนขยับขยายไปเลี้ยงในสวนยางพาราหลังบ้าน ซึ่งจุดนี้ จ่าสิบเอก เรวัตร จ่ายค่าเช่าให้เจ้าของบ้านเดือนละ 1,500 บาท แม้กระนั้นเพื่อนบ้านปืนโหดก็ยังไม่พอใจ เพราะยังได้ยินเสียงไก่ขันยามเช้าทุกวัน

กระทั่งปลายเดือนพฤศจิกายน 2564 สุนัขเข้าไปกัดไก่ชนตาย 27 ตัว จากนั้น วันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา สุนัขของนายประมุขถูกวางยาตาย 3 ตัว ทำให้ผูกใจเจ็บ เชื่อว่า จ่าสิบเอก เรวัตร เป็นคนทำ ก่อนที่กลางดึกวันที่ 8 มกราคม แสลนสีดำกั้นคอกไก่จะถูกมือมืดบุกกรีดจนขาดหลายจุด และก่อนเกิดเหตุสลดขึ้น จ่าสิบเอก เรวัตร ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้ใช้ให้คนในบ้านหลังนี้ไปซื้อเบียร์มาดื่ม 3 ขวด ร่วมกับคนในบ้าน จึงคาดว่ามีความเครียด ก่อนที่คนอื่น ๆ จะแยกย้ายไป แล้ว นายประมุข ก็เดินเข้ามาทางหลังบ้าน ก่อนลั่นไกทันทีในระยะประชิดจน จ่าสิบเอก เรวัตร เสียชีวิตคาที่

​ส่วนเพื่อนบ้าน ร้านค้า ที่อยู่ใกล้เคียงกับบ้านที่เกิดเหตุ บอกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นรุนแรง ทั้งที่พูดคุยตกลงกันได้ ขณะที่ผู้ก่อเหตุแม้บ้านจะอยู่ใกล้กัน ก็ไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนบ้านมากนัก เพราะเป็นคนนอกพื้นที่ แต่มาได้ภรรยาอยู่ในหมู่บ้าน

และหลังจากหนีไม่กี่ชั่วโมง นายประมุข ประสานขอเข้ามอบตัวกับตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ก่อนถูกคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ซึ่งเจ้าตัวรับสารภาพลงมือก่อเหตุจริง แต่เพราะบันดาลโทสะ ถูกผู้เสียชีวิตด่าทอถึงบุพการี อีกทั้งมีความแค้นสุมเต็มอก ที่สุนัขแสนรักถูกวางยาเบื่อตายไป แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย

หลังสอบปากคำ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา แจ้งข้อกล่าวหาฐานฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร

ด้าน ครอบครัวผู้ต้องหา​ นำหลักทรัพย์ 600,000 บาท ยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหาในชั้นพนักงานสอบสวนทันที และผู้ต้องหาขอไม่ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ