7HDร้อนออนไลน์

ผู้เสียหายแจ้งความเอาผิดตำรวจ-อาสาตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ตั้งด่านจับการบูร

ผู้เสียหายแจ้งความเอาผิดตำรวจ-อาสาตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ตั้งด่านจับการบูร
วันนี้ (13 ม.ค. 65) เวลา 09.00 น. นายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ ได้พา นายฮาซัน รักหอม อายุ 27 ปี ผู้เสียหายกรณีถูกตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ จับการบูร และถูกกล่าวหาว่าเป็นยาเสพติด พร้อมด้วยญาติเดินทางมาที่โรงพัก สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ เพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาตำรวจที่ได้ร่วมกันกล่าวหาว่าผู้เสียหายว่ามียาเสพติดและทำร้ายร่างกาย

นายไพศาล กล่าวว่า วันนี้ได้พาผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งจะมีการแยกกันแจ้งเป็นทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง โดยจะเป็นทั้งสองส่วน ในส่วนของอาญาก็มีหลายข้อหาตามพฤติการณ์ ที่แจ้งมาเบื้องต้นก็มีทำร้ายร่างกาย และในส่วนของผลตรวจที่ยืนยันครั้งแรกว่ามีผลเป็นบวก แต่ครั้งที่สองเป็นลบ และยังมาบอกว่าผู้เสียหายมียาเสพติด ซึ่งทางผู้เสียหายก็ได้ยืนยันแล้วว่าไม่ใช่ ก็ถือว่าเป็นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการที่ไปควบคุมตัวผู้เสียหายทั้งที่ตัวผู้เสียหายเองบอกว่าไม่ใช่ยาเสพติด ซึ่งตรงนี้ก็กลายเป็นกักขังหน่วยเหนี่ยวในเรื่องเสรีภาพและการข่มขู่ด้วย

ส่วนกรณีเมื่อวาน (12 ม.ค. 65) ที่ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ มีการเข้ามอบกระเช้าและไหว้ของโทษนั้น ตรงนั้นก็ไม่เกี่ยวกัน มอบคือส่วนมอบ ส่วนเรื่องกฎหมายก็คือกฎหมาย เรื่องการดำเนินคดี เรื่องการใช้สิทธิ์ของผู้เสียหายก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่ก็เป็นสิ่งที่ดี เป็นการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจว่าการระทำของตัวเองยังไม่รอบคอบ เหนืออื่นใดในวันนี้ก็ต้องใช้สิทธิ์ตามกฎหมายก่อน แต่อยู่กับผู้เสียหาย ถ้ามีการเจรจาคุยกันได้มีการเยียวยา หรือมีการขอโทษกันก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าการแจ้งข้อกล่าวหาโดยที่ไม่ตรงกับพยานหลักฐาน มันเป็นเรื่องเสรีภาพของเขา ซึ่งไม่ควรที่จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม วันนี้ก็จะแจ้งดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรืออาสาตำรวจ ในส่วนตรงนี้จะต้องบอกก่อนว่าอาสาตำรวจตนอยากให้มีการคัดกรอง เพราะเราเห็นทุกที่แล้วเขาไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เขาเป็นแค่ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน การกระทำใดๆ เขาจะต้องรู้กฎหมายมากกว่านี้ และรู้ขั้นตอนการจับกุมให้มากกว่านี้ การปฏิบัติหน้าที่ก็ควรอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่จริงๆ เขาอยู่ด้วยเพราะการกระทำแบบนี้ ต้องเรียนอย่างนี้ว่า ต้องนึกถึงอนาคตของทั้งสองฝ่าย ตัวตำรวจเองถ้าผิดพลาดหรืออะไรคุณต้องรับผิดชอบให้ได้ ส่วนประชนถ้าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์จริง ถ้าเขาไม่ผิด มันหมายถึงเสรีภาพของเขา บางคนเขาเป็นเสาหลักของครอบครัว ก็อยากให้นึกถึงอนาคตของทั้งสองฝ่าย

แต่ในส่วนของเจ้าหน้าที่เราก็ให้ความเป็นธรรม เขาตั้งด่าน เขาก็ตรวจจับยาเสพติด ดูจากพฤติการณ์แล้วอาจจะไม่รอบคอบ หรือหละหลวม ซึ่งเขาก็อาจจะไม่มีเจตนาอย่างนั้นก็ได้ เพียงแต่วันนี้ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ ก็แสดงแล้วว่าท่านพร้อมที่จะจัดการขั้นเด็ดขาด และวันนี้ก็จะมีการพูดคุย ถ้าเหนืออื่นใดทางผู้เสียหายเขายอมรับได้ ไม่ว่าจะเป็นแม่หรือพี่สาว รวมถึงนายฮาซัน ก็มีการพูดคุยกัน ในส่วนเรื่องคดีมันก็เป็นเรื่องเล็กน้อย แค่เรื่องทำร้ายร่างกายมีการพูดคุยกันได้ก็จบ มีการเยียวยาก็จบ เพราะตำรวจกับประชาชนก็อยากให้อยู่ร่วมกันได้

ขณะเดียวกัน ในเรื่องก็อยากให้เป็นอุทาหรณ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจท่านทำตามกฎหมาย ท่านทำการปราบปรามเหตุร้ายให้ประชาชน ก็เป็นเรื่องดี แต่ท่านควรมีความสามารถ ควรจะรู้กฎหมาย คือถ้ารู้ว่ามันไม่รอบคอบอย่างละเอียดแล้ว อย่าลุในอำนาจ เพราะถ้าลุในอำนาจเมื่อไหร่ ตัวท่านเองจะเป็นคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

ทั้งนี้ ในวันนี้ก็จะมีแจ้งใน 4-5 ข้อหา แต่สุดท้ายถ้าตกลงกันได้ทุกเรื่องก็จบ โดยเจตนาของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทำงานตามหน้าที่ แต่การกระทำแบบนี้ต่อไปก็ต้องไตร่ตรอง ก็ขอให้เป็นอุทาหรณ์ของสังคม

ด้านนายฮาซัน ผู้เสียหาย กล่าวว่า ทุกอย่างก็เป็นอย่างในคลิปที่ปรากฏ ตนก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เสพอะไรมา ซึ่งตนก็ได้ก้มกราบขอร้องเขาตั้งแต่ที่รถ เขาก็บอกว่าพบสารเสพติด ตนก็ก้มกราบเขา เขาก็ใช้เท้าเตะที่ใบหน้าตน และก็ปาซองที่ค้นเจอในรถใส่หน้าตน และตนก็ยืนยันได้ว่าซองที่พบเป็นสารการบูร ไม่ใช้สารเสพติด และตอนที่ถูกกระทำตนเองก็จำไม่ได้ พอมาเห็นคลิปจากสื่อทั้งตนและแม่ถึงกับน้ำตาไหล ว่าทำไมเราต้องไปอ้อนวอนเขาถึงขนาดนั้นเลย และตนเองก็ยืนยันว่าไม่ได้หลบด่าน ซึ่งไม่เห็นด้วยซ้ำว่ามีการตั้งด่าน เพราะจุดที่ตนจอดรถอยู่ก็ไกลพอสมควร มาเจอแบบนี้ก็รู้สึกตกใจมาก ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงตอนนี้มันเหมือนฝังอยู่ในใจ ส่วนที่ว่าจะเอาอย่างไรเดี๋ยวก็ต้อมีการพูดคุยกัน

นายฮาซัน บอกอีกว่า หลังจากที่เมื่อวานนี้ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ เข้าไปพูดคุยด้วย ก็รู้สึกสบายใจขึ้นส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ต้องมาตกลงคุยกัน และคนที่มาทำร้ายตนมีทั้งตำรวจและอาสาตำรวจ ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีคำขอโทษจากคนที่จับกุมตนแต่อย่างใด มีแต่ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ คนเดียว ที่เข้าไปขอโทษ มาวันนี้ตนก็อยากที่จะให้ตัวคนที่ทำร้ายตนมาพูดคุยด้วย

จากนั้นทนายความได้พาผู้เสียหายและญาติเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน โดยมี พ.ต.อ.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผกก สภ.สำโรงเหนือ รอให้การต้อนรับ พร้อมจัดทีมพนักงานสอบสวนไว้รอรับ โดย ผกก.สภ.สำโรงเหนือ พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจได้ยกมือไหว้ขอโทษผู้เสียหายและญาติที่เดินทางมาในวันนี้ พร้อมกล่าวยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยไม่มีการเอนเอียงหรือเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ข่าวอื่นในหมวด