เจาะประเด็นข่าว 7HD

มอบตัวแล้ว กลุ่มนายพรานฆ่าเสือโคร่งทองผาภูมิ อ้างเสือกัดวัวตาย จึงต้องกำจัด

เจาะประเด็นข่าว 7HD - 4 นายพรานโหด ที่ก่อเหตุฆ่าเสือโคร่ง 2 ตัว ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว อ้างสาเหตุที่ฆ่าเพราะเสือกัดวัวตายไปหลายตัว จึงต้องหาทางกำจัด

จากกรณีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ บุกจับกุมกลุ่มนายพรานขณะตั้งแคมป์ใช้วัวเป็นเหยื่อล่อ ก่อนใช้อาวุธปืนยิงเสือโคร่งเคราะห์ร้าย 2 ตัว นำมาถลกหนังแล่เนื้อ ที่บริเวณริมลำห้วย ป่าห้วยปิล๊อก หมู่ 4 ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ แต่กลุ่มนายพรานผู้ก่อเหตุทั้งหมดไหวตัวหลบหนีไปได้

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดหลักฐานและของกลาง ซากเสือโคร่งเพศผู้กับเพศเมีย รวม 2 ซาก อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน พร้อมของกลางอื่น ๆ อีกหลายรายการ ก่อนเข้าแจ้งความที่ สภ.ปิล๊อก และได้ขอนำของกลางทั้งหมดมาไว้ที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานถ่ายภาพ พร้อมเก็บตัวอย่างไปตรวจ DNA เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางด้านนิติวิทยาศาสตร์

ต่อมามีรายงานว่า กลุ่มนายพรานทั้ง 4 คน ได้ประสานนักการเมืองท้องถิ่นขอให้อำนวยความสะดวกในการเข้ามอบตัวที่ สภ.ทองผาภูมิ แทน สภ.ปิล๊อก

ล่าสุด เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ พร้อมชุดปฏิบัติการทางน้ำอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ได้นำรถตู้เดินทางไปรับตัวผู้ต้องหาที่จุดตรวจเชิงเขาบ้านไร่ ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ ก่อนคุมตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม พบว่ามีผู้ต้องหาร่วมก่อเหตุเพียง 4 คน ไม่ใช่ 5 คน ตามที่เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ประกอบด้วย นายกูกือ ยินดี อายุ 37 ปี นายจอแห่ง พนารักษ์ อายุ 38 ปี นายศุภชัย เจริญทรัพย์ อายุ 34 ปี และ นายรัชชานนท์ เจริญทรัพย์ อายุ 30 ปี

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า พวกตนมีอาชีพเลี้ยงวัว ซึ่งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีวัวของชาวบ้านและพวกตนถูกเสือโคร่งมากินและกัดตายไปร่วม 20 ตัว พวกตนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงนำซากวัวที่ถูกเสือกัดตายมาเป็นเหยื่อล่อให้เสือออกมาเพื่อกำจัดเท่านั้น ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ยิงเสือเป็นปืนลูกซอง 5 นัด พวกตนยืมมาจากเจ้าหน้าที่ อปพร. เพื่อนำมาป้องกันตัวเท่านั้น

สำหรับการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ปิล๊อก ท้องที่เกิดเหตุ เพื่อเอาผิดในข้อหาฐานร่วมกันเก็บหาของป่า อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ร่วมกันล่อ หรือนำสัตว์ป่าออกไป หรือกระทำให้เกิดอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยประการใด, ร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใด ๆ เข้าไป