เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : ตา-ยาย ร้องสภาทนายความฯ ช่วยหาทางออกปมที่ดินตาบอด

เจาะประเด็นข่าว 7HD - ตีตรงจุด ไปศึกษาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พบว่ามีการระบุไว้ชัดเจนว่าหากที่ดินถูกล้อมรอบจนไม่มีทางออก ผู้ที่ถูกล้อมมีสิทธิขอเปิดทางในที่ดินที่ล้อมเป็นทางจำเป็นได้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ที่ดินแปลงใดมีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ เจ้าของที่ดินแปลงนั้นจะผ่านที่ดินซึ่งล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้"

มาตรา 1350 "ถ้าที่ดินแบ่งแยกหรือแบ่งโอนกันเป็นเหตุให้แปลงหนึ่งไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะได้ เจ้าของที่ดินแปลงนั้นมีสิทธิเรียกร้องเอาทางเดินได้"

โดยเจ้าของที่ดินแปลงนั้นจึงมีสิทธิจะผ่านที่ดินซึ่งล้อมอยู่ออกไปสู่ทางสาธารณะได้ วิธีทำทางผ่านนั้นต้องเลือกให้พอควรแก่ความจำเป็นของผู้มีสิทธิจะผ่าน กับทั้งให้คำนึงถึงที่ดินที่ล้อมอยู่ให้เสียหายแต่น้อยที่สุด ถ้าจำเป็นผู้มีสิทธิจะผ่านจะสร้างถนนเป็นทางผ่านก็ได้ เมื่อที่ดินของโจทก์ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ โจทก์จึงมีสิทธิขอเปิดทางในที่ดินของจำเลยเป็นทางจำเป็น

ขณะที่วันนี้ ตายายตัดสินใจไปร้องเรียนที่ สำนักงานสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี นางกิตติมา สิริศุภชัย กรรมการช่วยเหลือสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้มารับเรื่องด้วยตัวเอง ประเด็นสำคัญในวันนี้คือ เรื่องน้ำประปา และไฟฟ้า ที่เจ้าของโครงการมีท่าทีค่อนข้างชัดว่าจะไม่ยอมให้เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าและน้ำประปาจากหมู่บ้าน ส่วนเรื่องการต่อสู้ทางคดี ถือเป็นไพ่ใบสุดท้าย เพราะต้องการให้บั้นปลายชีวิตมีความสุขเหมือนคนอื่นบ้าง

ด้าน นางกิตติมา บอกว่า กรณีน้ำประปาและไฟฟ้า จะต้องมีการจ่ายค่าทดแทน และได้รับคำยินยอม แต่ถ้าไม่ได้รับคำยินยอม เรื่องทั้งหมดอาจต้องไปจบที่การฟ้องร้อง

ส่วนเรื่องที่โครงการอ้างว่าศาลยังไม่มีคำสั่งให้เข้าออกทางโครงการ เพราะเป็นเพียงคำพูดถึงเท่านั้น ส่วนตัวมองว่าศาลไม่ได้สั่ง แต่เป็นการแนะนำว่าเป็นเส้นทางที่เสียหายน้อยสุด ซึ่งจะสภาทนายความจะใช้เรื่องนี้ในการชี้ให้ศาลเห็นว่าเป็นข้อมูลที่ศาลเคยแนะนำมาก่อน ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลานานพอสมควร