7HD ร้อนออนไลน์

กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูดำภูพาน จำทนต้องฆ่าหมูดำที่เลี้ยง หลังจากโรคระบาดเข้าทำลายฟาร์มเลี้ยงหมู

กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูดำภูพาน จำทนต้องฆ่าหมูดำที่เลี้ยง หลังจากโรคระบาดเข้าทำลายฟาร์มเลี้ยงหมู
วันนี้ (13 ม.ค.65) นายอนุวัฒน์ รัตนวงศ์ ประธานกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูดำภูพาน ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เกษตรอินทรีย์วิถีหนองบัวลำภู บ้านทุ่งกกทัน และนางสาวสุภาวีร์ เพชรโก รองประธานกลุ่มและเลขากลุ่ม กล่าวว่าเมื่อปี พ.ศ.2561 กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูดำภูพาน ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เกษตรอินทรีย์วิถีหนองบัวลำภู บ้านทุ่งกกทัน ได้รับคัดเลือกให้ได้รับพันธุ์หมูดำเพชรภูพาน จาก พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งที่เดินลงพื้นที่ตรวจติดตามราชการที่ ที่ ตำบลหัวนา ได้รับหมูพ่อพันธุ์ 8 ตัว แม่พันธุ์มา 32 ตัว รวม 40 ตัว มาเลี้ยง มีสมาชิกในกลุ่มจำนวน  8 คน เมื่อแม่หมูคลอดลูก ได้แจกจ่ายแบ่งปันให้สมาชิกไปเลี้ยง ด้วยการเลี้ยงแบบเกษตรอินทรีย์ ให้พืชผัก ต้นกล้วย บอน ผักบุ้ง และพืชชนิดต่างๆ กินเป็นอาหาร ซึ่งกำลังจะเป็นความหวังของกลุ่มที่จะได้มี ลูกหมู หมูขุนและพ่อ แม่พันธุ์จำหน่าย เป็นรายได้ของกลุ่ม 


ในหนึ่งปี แม่หมู่หนึ่งตัว สามารถให้ลูกได้ 2-3 คอก คอกละประมาณ  10-15 ตัว  ซึ่งหมูสายพันธุ์นี้ จะมีลักษณะกินอาหารเก่ง แข็งแรง ทนโรค ให้ลูกดก บางคอกให้ ถึง 18 ตัว  ความหวังที่จะมีลูกหมูจำหน่าย ตัวละ 400-500 บาท หมูขุน 1,200-1,500 บาท หายไปหมดหลังรู้ว่าหมูติดเชื้อโรค โดยทางกลุ่มก็ยังไม่เคยพบโรคลักษณะนี้มาก่อน แต่ตอนนี้ทราบผลตรวจยืนยันจาก ทางสำนักงานปศุสัตว์มาแล้วว่า เป็น PRRS


ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จากทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดก็มาทำความเข้าใจแจ้งว่า หากพบว่าเป็นเชื้อโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นจะต้องทำลายสุกรทิ้งทั้งหมด ในรัศมี 5 กิโลเมตร  และได้รับเงินชดเชย จากการทำลายสุกร มูลค่า 451,410 บาท ได้รับค่าชดเชยร้อยละ 75 คิดเป็นเงิน 338,550 บาท ซึ่งทางประธานกลุ่มแจ้งว่า หากได้รับเงินชดเชยมาก็จะนำมา บริหารภายในกลุ่ม ให้กับผู้ที่ได้ทำลายสุกรไป


ส่วนหนึ่งก็จะนำมาเข้ากลุ่ม ซื้อ แพะ เป็ด ไก่ และควาย มาเลี้ยงแทน โดยกลุ่มจะต้องงดการเลี้ยงหมู่ไปอีก 2 ปี ซึ่งตอนนี้ ทางกลุ่มคงเหลือเพียงคอกร้างที่ว่างเปล่าและได้เริ่มหาแพะมาเลี้ยงแทน  และเมื่อได้เงินชดเชยมาแล้ว ก็จะปรับปรุงคอก หมู มาเป็นคอกแพะและคอกควายแทน  เมื่อครบกำหนด 2 ปี แล้ว กลุ่มฯจะเลี้ยงสุกรพันธุ์พื้นเมืองหมูดำภูพานอีกครั้ง เพราะเห็นว่าเป็นสัตว์เลี้ยงง่าย ให้ลูกดก และทางกลุ่มก็มีความชำนาญแล้ว จึงยังอยากเลี้ยง แต่จะเอาบทเรียนจากการทำฟาร์มระบบเปิด ให้เป็นระบบปิด เพราะจะได้ไม่เสี่ยงต่อโรค ที่ผ่านมาทางกลุ่มทำฟาร์มเลี้ยงระบบเปิด คนเข้าออก ตลอด อีกทั้งสถานที่เลี้ยงเป็นศูนย์เรียนรู้ ทำให้ไม่สามารถกำหนดพื้นที่เข้าออกได้


สำหรับจังหวัดหนองบัวลำภู ได้รับแจ้งจากทางสำนักงานปศุสัตว์เขต 4 เมื่อเดือน มกราคม  2565 จะได้รับค่าชดเชยจาก การส่งตรวจ สงสัยโรค PRRS ASF และ Classical swinefever ในสุกร จำนวน 6 อำเภอ เกษตรกร 109 ราย สุกร 2,831 ตัว ราคาประเมิน 15,434,340 บาท ราคาชดเชยร้อยละ 75 คิดเป็นเงิน 11,575,755 บาท ซึ่งเกษตรกรจังหวัดหนองบัวลำภู ยังไม่มีใครได้รับค่าชดเชยเลย

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง