7HDร้อนออนไลน์

ช่วยกันคัดแยกและกำจัดขยะ ATK ให้ถูกวิธี

ช่วยกันคัดแยกและกำจัดขยะ ATK ให้ถูกวิธี
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) ย้ำเตือนว่าต้องกำจัดขยะ ATK ให้ถูกวิธี เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งแพร่เชื้อกระจายต่อไป

ประเด็นที่ต้องคำนึงคือ กระบวนการจัดเก็บทิ้งอาจจะก่อให้เกิดขยะทั่วไปและขยะติดเชื้อจากครัวเรือนมากขึ้น จากข้อมูลพบว่าจำนวนขยะติดเชื้อเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ทั้งปี 2564 ปริมาณขยะติดเชื้อจะมีไม่ต่ำกว่า 61.3 ล้านกิโลกรัม เพิ่มขึ้นกว่า 2.0 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงปกติที่ไม่มีการระบาดของโควิดในปี 2562 และต้นทุนการบริหารจัดการขยะติดเชื้อปี 2564 น่าจะอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 920 ล้านบาท

“ครัวเรือนต้องช่วยคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง” การตรวจเชื้อด้วยหรือชุดตรวจ ATK ให้คัดแยกขยะออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทที่ 1 ขยะที่ไม่ได้ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรือสารคัดหลั่งที่ใช้ทดสอบ เช่น เอกสารกำกับชุดตรวจ และกล่องบรรจุภัณฑ์ ขยะประเภทนี้ให้เก็บรวบรวมทิ้งถังขยะทั่วไปที่มีฝาปิดมิดชิดได้เลย สำหรับประเภทที่ 2 คือ ขยะที่ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรือสารคัดหลั่งที่ใช้ทดสอบ เช่น ตลับหรือแผ่นทดสอบ หลอดใส่น้ำยา ฝาหลอดหยด ไม้สวอป เป็นขยะที่มีความเสี่ยงสูง จึงต้องแยกจัดการจากขยะทั่วไป เพราะมีโอกาสแพร่กระจายเชื้อโรคได้

สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัยได้แนะแนวทางจัดการ ดังนี้ “กรณีในพื้นที่หรือชุมชนมีระบบการเก็บขนขยะติดเชื้อ” ให้เก็บรวบรวมขยะติดเชื้อเป็นประจำทุกวัน ใส่ถุงขยะสีแดง 2 ชั้น โดยถุงชั้นแรกที่สัมผัสขยะติดเชื้อ มัดปากถุง ด้วยเชือกให้แน่น แล้วฉีดพ่นบริเวณปากถุงด้วยสารฆ่าเชื้อ เช่น สารโซเดียมไฮโปคลอไรท์ 5,000 ppm หรือเตรียมจากน้ำยาฟอกขาวผสมน้ำอัตราส่วน 1: 10 หรือแอลกอฮอล์ 70% มัดปากถุงชั้นนอกด้วยเชือกให้แน่น และฉีดพ่นบริเวณปากถุงด้วยสารฆ่าเชื้ออีกครั้ง แล้วเคลื่อนย้ายไปไว้ยังจุดพักขยะที่จัดไว้เฉพาะ ประสานไปยังหน่วยงานที่ทำหน้าที่ให้บริการเก็บขนขยะติดเชื้อในพื้นที่ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) พื่อกำหนดวิธีการนำขยะติดเชื้อไปกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป

“กรณีในพื้นที่หรือชุมชนไม่มีระบบการเก็บขนขยะติดเชื้อ” ให้เก็บรวบรวมและทำลายเชื้อ โดยใส่ถุงขยะ 2 ชั้น ถุงใบแรกที่บรรจุขยะติดเชื้อแล้วให้ราดด้วยสารฆ่าเชื้อ หรือน้ำยาฟอกขาว เช่น ไฮเตอร์ จากนั้นมัดปากถุงให้แน่นแล้วฉีดพ่นบริเวณปากถุงด้วยสารฆ่าเชื้อ เช่น สารโซเดียม ไฮโปคลอไรท์ 5,000 ppm หรือเตรียมจากไฮเตอร์ผสมน้ำอัตราส่วน 1: 10 หรือแอลกอฮอล์ 70% ซ้อนด้วยถุงขยะอีก 1 ชั้น มัดปากถุงชั้นนอกด้วยเชือกให้แน่น และฉีดพ่นด้วยสารฆ่าเชื้อบริเวณปากถุงอีกครั้ง ซึ่งขยะที่ผ่านการทำลายเชื้อแล้ว ให้ประสานและนำส่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่นำไปกำจัดเป็นขยะทั่วไป โดยหลังจัดการขยะติดเชื้อแล้ว ต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ทันที

นอกจากนี้ประเด็นหนึ่งที่ควรติดตาม คือ อปท. ควรกำหนดเพดานอัตราจัดเก็บขยะให้เหมาะสมและเป็นธรรม จากข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การบริหารจัดการเก็บ ขน และกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ รวมทั้งค่าบริการในการเก็บ ขน และกำจัดมูลฝอยติดเชื้อที่ปรับสูงขึ้น ภายใต้ พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 20 (5) ซึ่งเป็นกฎหมายที่อยู่ในการกำกับดูแลของกรมอนามัย ได้ให้อำนาจ อปท. ในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเก็บ ขน และกำจัดสร้างปฏิกูลหรือมูลฝอย รวมทั้งกำหนดอัตราค่าบริการขั้นสูงสุด เทศบาลต่างๆ ที่ว่าจ้างบริษัทเอกชนในการกำจัดขยะควรกำหนดเพดานอัตราจัดเก็บให้ชัดเจน และเหมาะสม เพราะมีอำนาจที่จะเนินการได้ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นโดยไม่เป็นธรรม ปัจจุบันหลายเทศบาลไม่ได้กำหนดอัตราจัดเก็บที่ชัดเจน ทำให้เกิดช่องว่างในการกำหนดราคาค่าบริการของบริษัทจำกัดขยะบางแห่งและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการจัดเก็บขยะในแต่ละพื้นที่ ยิ่งการจัดเก็บขยะติดเชื้อนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าปกติเนื่องจากต้องจัดเก็บและขนแยกจากขยะทั่วไป

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เคยมีการสุ่มตรวจข้อมูลจาก อปท. จำนวน 71 แห่ง การจัดทำประมาณการรายได้ค่าธรรมเนียมการเก็บและขนมูลฝอยยังไม่ครอบคลุมจำนวนครัวเรือนที่ อปท. ให้บริการเก็บและขนมูลฝอย โดยจากการตรวจสอบพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า อปท.จำนวน 67 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 94.37 จัดทำประมาณการรายได้ค่าธรรมเนียมไม่ครอบคลุมจำนวนครัวเรือนที่ให้บริการเก็บและขนมูลฝอย โดยรายได้ที่จัดเก็บได้จริงไม่สัมพันธ์กับการจัดทำประมาณการรายได้ การจัดทำฐานข้อมูลทะเบียนคุมเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน และไม่เป็นปัจจุบันจำนวน 57 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 80.28 การจัดเก็บรายได้ค่าธรรมเนียมไม่เป็นไปตามอัตราที่ประกาศในท้ายเทศบัญญัติจำนวน 38 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 53.52 และอปท.ส่วนใหญ่มีการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมแนบท้ายประกาศแตกต่างกันและไม่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ และการจัดเก็บรายได้ค่าธรรมเนียมไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการมูลฝอย ทั้งนี้ทางกรมการค้าภายใน ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลด้านราคาและปริมาณสินค้าและบริการให้เกิดความเป็นธรรมนั้นให้การติดตามประเด็นนี้อยู่เช่นกัน

ขอย้ำครัวเรือนต้องให้ความสำคัญในการคัดแยกและกำจัดขยะ ATK ให้ถูกวิธี เพราะด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดในปัจจุบันคนทั่วไปจำเป็นต้องใช้ชุดตรวจเชื้อโควิดเป็นประจำ การบริหารจัดการกำจัดขยะของภาครัฐก็ต้องเป็นไปตามอัตราที่เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งนับวันปริมาณขยะจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ