7HDร้อนออนไลน์

จับตาข่มขืนนักเรียนวัย 15 ปี อ้าง ไม่ได้ข่มขืน แค่ทำอนาจารล่วงเกินเท่านั้น

13 มกราคม 2565 จากกรณี นางวรรณิศา (ขอสงวนนามสกุล) แม่เด็ก อายุ 32 ปี  ได้พาบุตรสาว ด.ญ.ไก่ (นามสุมมุติ)  อายุ 15 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลวังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี  เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังตะเคียน ว่า ถูกนายสุชาติ อายุ 57 ปี ที่ตนนับถือเป็นตาข่มขืนบุตรสาวถึง 5 ครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ที่ผ่านมานั้น 

ต่อมา พนักงานสอบสวนพร้อมเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ จ.ปราจีนบุรี  ได้ทำการสอบสวนปากคำ  ด.ญ.ไก่ (นามสุมมุติ) อายุ 15 ปี เสร็จเรียบร้อยจึงได้ขอออกหมายจับจากศาลจังหวัดกบินทร์บุรี ต่อมาศาลจังหวัดกบินทร์บุรี ได้ออกหมายจับ นายสุชาติ อายุ 48 ปี ในข้อกล่าวหา กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน   โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ,พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดาผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุสมควร เพื่อการอนาจาร และพาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อกระทำอานาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม

ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังตะเคียน ได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่า ผู้ต้องหายังหลบหนีอยู่ในพื้น จึงได้นำกำลังเข้าไปทำการจับกุมตัว นายสุชาติ อายุ 48 ปี ที่บริเวณบ้านไม่มีเลขที่ บ้านสำพันตา หมู่ 15 ต.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พร้อมนำตัวผู้ต้องหามาทำการสอบสวนที่ สภ.วังตะเคียน  อ.กบินทร์บุรี  จ.ปราจีนบุรี

จากการสอบสวน  นายสุชาติ อายุ 48 ปี ให้การภาคเสธ ว่า เพียงทำอนาจารล่วงเกินกับเด็กเท่านั้น โดยไม่ข่มขืนเด็กแต่อย่างใดมีแค่ถูกเนื้อต้องตัวเด็กเท่านั้น เมื่อผู้เสื่อข่าวได้สอบถามในรายละเอียดว่ามีการข่มขืนตามข้อกล่าวหาจริงหรือไม่ ทางผู้ต้องหาไม่ยอมเปิดปากพูดแต่อย่างใด

จากนั้น   ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุ  ได้พบกับนางวรรณิศา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี  ผู้เป็นแม่ พร้อมกับ ด.ญ.ไก่ (นามสมมุติ) เหยื่อตาหื่น ซึ่งอยู่ในอาการซึมเศร้าและหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย อาจจะต้องย้ายบ้านหนี นางวรรณิศา กล่าวทิ้งท้ายว่า “ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านที่ติดตามเรื่องให้เร็วจนจับผู้ต้องหาได้  ส่วนผู้ต้องหาเขาปฏิเสธ และถ้าเขาขอยอมความจะว่าอย่างไร ตนไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

พล.ต.ต.วินัย  นุชชา ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี  ได้กล่าว ถึงคดีนี้ว่า  ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่กับเด็ก ซึ่งเป็นความละเอียดอ่อนทางสังคม  ผมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก ความรู้สึกจะอยู่ติดตัวไปเป็นเวลานาน  อยากให้สื่อพิจารณาความละเอียดอ่อนเรื่องเด็ก  ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ เขาแสดงความประสงค์ที่จะไม่ไปทำแผนใดๆทั้งสิ้น ขั้นตอนจะอยู่ระหว่างการสอบสวน รอผลแพทย์ รอผลสอบของพนักงานสอบสวน เรื่องนี้จะมีการยกฟ้องหรือไม่ ก็ต้องดูผลแพทย์ด้วย และต้องดูสำนวนการสอบสวน  ตอนนี้เพิ่งสอบผู้เสียหายกับแม่เท่านั้นเอง เรื่องการประกันตัวเป็นสิทธิของผู้ต้องหา ก็ต้องดูว่าเขามีหลักทรัพย์อะไร ส่วนการคัดค้านนั้น ดูจากบริษทแล้วผู้ต้องหาไม่ได้หลบหนี เขายังอยู่แถวๆ บ้าน ดังนั้นการคัดค้านประกันตัวที่ศาล ทางตำรวจเชื่อว่าคงไม่คัดค้านการประกันตัว เพราะเป็นสิทธิของผู้ต้องหาตามรัฐธรรมนูญ