ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดเชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน เป็นวันที่ 4

เวลา 09.31 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินโครงการพัฒนาเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ณ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านเลอะกรา อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคเหนือ หรือ กศน. ภาคเหนือ ได้สนองงานโครงการตามพระราชดำริ อาทิ พัฒนาศักยภาพของครูในพื้นที่ทรงงานให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการจัดกระบวนการเรียนรู้ พัฒนาระบบโปรแกรมฐานข้อมูลสารสนเทศของศูนยการเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาฯ อนุรักษ์การเล่นดนตรีเตหน่ากู ของชาวกระเหรี่ยง ซึ่งใช้เล่นในงานปีใหม่ เกี้ยวพาราสี เล่านิทานสอนใจ โดยจัดทำเป็นแผ่นวีดิทัศน์แจกให้สถาบันการศึกษาต่าง ๆ รวมทั้งเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ ปัจจุบันทายาทของภูมิปัญญาชาวบ้านได้พัฒนาเครื่องดนตรีเตหน่ากู ให้สามารถเล่นร่วมกับดนตรีสากลได้ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ฝึกทอผ้าลายพื้นเมือง โดยทรงรับซื้อผ้าทอเพื่อนำส่งขายที่ร้านภูฟ้า

โอกาสนี้ทอดพระเนตรการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยระดับประถมศึกษา ที่ใช้เพลงเป็นสื่อการสอน และการจัดการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานโครงงานพัฒนาผู้เรียน จัดการเรียนการสอนแก่ผู้ไม่รู้หนังสือ 15 คน ผู้เรียนฟังและพูดภาษาไทย 9 คน เด็กวัยเรียน 23 คน ปฐมวัย 10 คน และการศึกษาขั้นพื้นฐาน 5 คน

ส่วนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีผลผลิตไม่เพียงพอจึงซื้อวัตถุดิบเพิ่มจากชุมชน โดยมีกรมส่งเสริมการเกษตร ถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรแก่ครู นักเรียน พร้อมสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ และอุปกรณ์ กรมปศุสัตว์ สนับสนุนไก่พื้นเมือง ไก่พันธุ์ไข่ ส่วนกรมประมง สนับสนุนลูกพันธุ์ปลาดุกอุยเทศ และอาหารปลา

ราษฎรในหมู่บ้านฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว 69 คน คิดเป็นร้อยละร้อย โอกาสนี้ ผู้แทนบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) กราบบังคมทูลรายงานการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แก่สถานบริการสาธารณสุขในอำเภออมก๋อย ซึ่งศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านเลอะกรา และในหมู่บ้าน ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่แบตเตอรี่เสียบ่อย ในการนี้ มีพระราชดำรัสให้ผู้เกี่ยวข้องฝึกอบรมชาวบ้าน และครู ให้มีความรู้ ความเข้าใจในการดูแลรักษา และการใช้แบตเตอรี่

จากนั้น ทอดพระเนตรโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ตามพระราชดำริ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มดำเนินงานในปี 2559 มีสมาชิก 972 คน ในพื้นที่ 4,120 ไร่ มีพรรณไม้ อาทิ ไม้สัก ประดู่ พะยูง มะค่าโมง โดยมีศูนย์เรียนรู้การพัฒนาอมก๋อย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มาฝึกอบรมกลุ่มเกษตรกรบ้านทุ่งงิ้ว ในหลักสูตรการเก็บหาของป่าอย่างยั่งยืน ส่งผลให้ในปี 2564 ชาวบ้านสามารถรวมกลุ่มทำมะขามป้อมตากแห้ง ส่งขายให้กับศูนย์เรียนรู้การพัฒนาอมก๋อยฯ เพื่อขายต่อให้กับบริษัททำสมุนไพร ได้ 4 ตัน สร้างรายได้ กว่า 200,000 บาท นอกจากนี้ ทางศูนย์เรียนรู้ฯ ยังอบรมหลักสูตรการดูแลบำรุงรักษาต้นกาแฟ ควบคุมโรคแมลงศัตรูพืช การตัดแต่งต้นกาแฟ และการแปรรูปกาแฟเชอรี่แบบ Dry process โดยนำเมล็ดกาแฟมาล้างให้สะอาด แล้วตากแดดให้แห้ง 20 วัน สามารถเพิ่มมูลค่าได้

เวลา 11.51 น. เสด็จพระดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปยังโรงเรียนล่องแพวิทยา อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งจัดการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาสในพื้นที่สูง เขตรอยต่อสามจังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และตาก ซึ่งเป็นชุมชนชาวไทยภูเขา มีความหลากหลายด้านภาษาและวัฒนธรรม จึงจัดการศึกษาผ่านกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน ในรูปแบบโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่สำคัญให้ผู้เรียนนำความรู้มาพัฒนาคุณภาพชีวิตตนเอง และชุมชน ปัจจุบันเปิดสอนชั้นอนุบาล ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 มี นักเรียน 683 คน เป็นนักเรียนพักนอน 486 คน นักเรียนในพระราชานุเคราะห์ 7 คน
 
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการสอนชั้นอนุบาล ที่ครูนำสื่อการสอนมาช่วยพัฒนาเด็ก อาทิ วิชาภาษาไทย ใช้การเล่านิทานเพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม, กิจกรรมบ้านวิทยาศาสตร์น้อย ให้ทดลองทำกิจกรรมด้วยตนเองเพื่อฝึกทักษะการสังเกต ส่วนชั้นประถมศึกษาตอนต้น มีการสอนเสริมให้เด็กที่อ่อนวิชาภาษาไทย โดยให้พี่ประถมศึกษาตอนปลายมาเป็นครูพี่เลี้ยง น้องได้ความรู้ พี่ได้ทบทวนบทเรียน สร้างความภาคภูมิใจ กล้าแสดงออก และปลูกฝังการเป็นครู ส่วนกิจกรรมภาษาไทยผู้ใหญ่บนพื้นที่สูง ให้นักเรียนไปสอนพื้นฐานภาษาไทยในชีวิตประจำวัน เช่น การไปพบแพทย์ การติดต่อราชการให้ผู้ปกครอง

โอกาสนี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด กราบบังคมทูลรายงานการดำเนินโครงการสนับสนุนโทรทัศน์และอุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียมแก่โรงเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในโครงการตามพระราชดำริ ปัจจุบันได้ส่งมอบและติดตั้งแล้ว 161 โรง พร้อมพัฒนาและขยายสัญญาณเพื่อรองรับการเรียนในทุกพื้นที่

ห้องสมุด จัดกิจกรรมรักการอ่าน ให้รุ่นพี่เล่านิทานหน้าเสาธงทุกวันจันทร์ ทำหนังสือเล่มเล็ก โดยรวมกลุ่มทำงาน ฝึกการแบ่งงาน ความสามัคคี คิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ และทุกเย็นหลังเลิกเรียน จะมีกิจกรรม "หนังสือเดินเท้า กระเช้าเดินทาง" เอาหนังสือไปให้เพื่อนตามที่ต่าง ๆ ในโรงเรียน

กิจกรรมทักษะวิชาชีพสำหรับนักเรียนพื้นที่สูง ให้ฝึกทักษะอาชีพตามความชอบ และความถนัด รวมทั้งอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาประจำถิ่น เช่น การทอผ้ากะเหรี่ยง การแปรรูปผ้า ทำเบเกอรี่ ปูนปั้นลายไม้ ซ่อมเครื่องยนต์ขนาดเล็ก และเกษตรกรรม เพื่อให้นำไปใช้ในชีวิตจริง เป็นการสร้างรายได้ระหว่างเรียน มีเจตคติที่ดีต่องานอาขีพ เป็นการขยายโอกาสทางการศึกษาและแรงจูงใจให้ผู้ปกครองส่งบุตรหลานมาเรียน

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โรงเรียนผ่านเกณฑ์ประเมินความพร้อม จากสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดการเรียนตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ในช่วงแรกที่มีการแพร่ระบาด ครูจะเข้าไปตามหย่อมบ้านนำเอกสารการเรียนและสื่อการสอนเข้าไปสอน เพื่อไม่ให้ขาดเรียน และเลิกเรียนกลางคัน ด้านสุขภาพอนามัย มีพัฒนาการที่สมวัย มีสุขภาวะที่ดี และสุขภาพที่เหมาะสม ในสถานการณ์โควิด-19 โรงเรียนได้ทำตามมาตรฐานที่กำหนด เพิ่มจุดล้างมือ เว้นระยะห่าง ทั้งในห้องเรียน โรงอาหาร และหอพักนอน

ส่วนผลผลิตจากโครงการฝึกทักษะอาชีพเกษตรกรรม นำมาประกอบอาหารกลางวัน แต่ในช่วงฤดูฝนการเดินทางลำบาก ขาดแคลนเนื้อสัตว์ และพืชผักบางชนิด แก้ไขโดยรับซื้อผลผลิตจากชาวบ้านผ่านระบบสหกรณ์โรงเรียน ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่ม และนำระบบสหกรณ์ไปใช้ในหมู่บ้าน ช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่าย ทำให้มีรายได้ที่ดีขึ้น เป็นการส่งเสริมความรู้จากโรงเรียน สู่ชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ความเสมอภาคให้คนในพื้นที่ ทำให้ชุมชนเข็มแข็ง และพึ่งตนเองได้ ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ

เวลา 15.41 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ทรงวางพวงมาลัยถวายสักการะพระรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ แล้วทรงเป็นประธานประชุมสามัญประจำปี 2565 โดยมีระเบียบวาระต่าง ๆ อาทิ ผลการดำเนินการในปีงบประมาณ 2564, การจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี การจัดตั้งมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในปี 2565 ซึ่งมูลนิธิฯ ได้จัดพิมพ์หนังสือที่ระลึก จัดกิจกรรมวิ่งการกุศล ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในช่วงเดือนธันวาคม 2565 เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีต่อผู้พิการขาขาด ทั้งนี้ ในปี 2564 ได้บริการทำขาเทียมทั้งแบบทำใหม่ และให้บริการซ่อมแซมแก่คนพิการ ทั้งที่สำนักงานมูลนิธิจังหวัดเชียงใหม่ และโรงงานทำขาเทียมพระราชทานทั่วประเทศ ทั้ง 94 แห่ง รวม 3,619 ขา

นอกจากนี้ ยังร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ ผลิตบุคลากรด้านกายอุปกรณ์ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาช่างเทคนิคกายอุปกรณ์ โดยในปีการศึกษา 2563 มีนักศึกษาสำเร็จการศึกษา 14 คน ทั้งร่วมกับกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ หรือ ทีไอซีเอ กระทรวงต่างประเทศ ผลิตบุคลากรด้านกายอุปกรณ์เทียม พร้อมจัดตั้งโรงงานทำขาเทียมในสาธารณรัฐเซเนกัล รวมทั้งฝึกอบรมช่างเครื่องช่วยคนพิการร่วมกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 19 เชียงใหม่

มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียนส่วนพระองค์เมื่อปี 2535 จัดทำขาเทียมให้แก่คนพิการขาขาดทุกเชื้อชาติ ศาสนา โดยไม่คิดมูลค่า

ข่าวอื่นในหมวด