เช้าข่าว 7 สี

ร้านอาหารกึ่งผับ ต้นตอโควิด-19 ระบาดใน กทม.

เช้าข่าว 7 สี - เกิดดรามาในโลกออนไลน์ เกี่ยวกับอาหารที่โรงพยาบาลส่งให้ผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาแบบ Home Isolation น้อยเกินจริง ทาง สปสช. ได้เร่งตรวจสอบแล้ว ส่วนผลสอบสวนการระบาดของโควิด-19 ในกรุงเทพมหานคร พบว่า ร้านอาหารกึ่งผับบาร์ ยังเป็นความเสี่ยงมากที่สุด เตรียมเสนอให้ถอนการรับรองมาตรฐาน SHA+ หากพบว่า จงใจหลีกเลี่ยงมาตรการโควิด-19

ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค รายงานผลสอบสวน การระบาดของโควิด-19 ในกรุงเทพมหานคร พบว่า อันดับ 1 ยังมาจากร้านอาหารกึ่งผับบาร์ ที่มีการนั่งดื่มกินเป็นเวลานาน และเป็นสถานที่อับ อากาศปิดทึบ

แม้ว่าจะอนุญาตให้นั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้แค่ 21.00 น. แต่ก็มีการถอดหน้ากากอนามัย นั่งรับประทานอาหาร ในพื้นที่อากาศไม่ถ่ายเท จึงยังมีความเสี่ยง และยังพบกลุ่มก้อนการระบาด หรือคลัสเตอร์ มากกว่า 5 คนขึ้นไป 

หลังจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข จะจัดทีมเคลื่อนที่เร็ว ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่สุ่มตรวจร้านอาหารกึ่งผับบาร์ หากพบว่า ร้านไหน ไม่ปฏิบัติตาม หรือหย่อนยานมาตรการควบคุมโรค จะถอนสัญลักษณ์ SHA+ หรือมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย จนกว่าจะปรับปรุงใหม่

รวมถึงมาตรการล่าสุด ได้สั่งระงับการขออนุญาต ทำกิจกรรมรวมกลุ่มในร้านอาหารกึ่งผับบาร์ เช่น ปาร์ตี หรือ การจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิด เป็นต้น เพื่อป้องกันการระบาดเพิ่มขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ส่วนสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ที่จะปรับรูปแบบให้สามารถเปิดบริการได้

ร้อยตำรวจเอกพงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร ระบุว่า จะต้องปรับเป็นร้านอาหาร 100% ต้องมีการเว้นระยะห่าง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่จัดพื้นที่ให้มีการเต้น และจะต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยทั้ง SHA PLUS และ Thai Stop Covid 2 Plus ด้วย ถึงจะให้นั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ ขีดเส้นต้องยื่นเรื่องขอเปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็นร้านอาหาร ภายในวันที่ 15 มกราคมนี้เท่านั้น ถ้าพ้นกำหนดแล้ว จะไม่อนุญาตให้เปิดบริการ

ส่วนภาพรวมสถานการณ์โควิด-19 เมื่อวานนี้ พบผู้ติดเชื้อใหม่ 8,167 คน รวมติดเชื้อสะสม 2,300,457 คน ยังรักษาอยู่ 70,594 คน และมีผู้เสียชีวิตอีก 14 คน

แชร์ภาพอาหาร Home Isolation น้อยเกิน
และกรณีดรามา อาหารกล่องผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลังผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง แชร์ภาพข้าวกล่องที่เป็นอาหารของเพื่อน ที่ติดเชื้อโควิด-19 และรักษาตัวอยู่กับบ้าน หรือที่เรียกว่า Home isolation ในแต่ละวันจะมีเจ้าหน้าที่ส่งยา ส่งข้าว และน้ำดื่มให้ แต่ติดใจที่กับข้าวมีปริมาณน้อยมาก คือมีข้าวสวย และทอดมันเพียง 1 ชิ้นกับน้ำซุป จึงถามหาว่า งบประมาณการจัดซื้ออาหารผู้ป่วยไปไหนหมด

ขณะที่ชาวเน็ตเสียงแตก เข้าไปคอมเมนต์ว่า โรงพยาบาลในต่างจังหวัด ให้รักษาตัวอยู่บ้าน ไม่มีอาหารให้เลยสักมื้อ ก็มี  

เรื่องนี้ ทันตแพทย์ อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. รับข้อร้องเรียนไปตรวจสอบข้อเท็จจริง กับโรงพยาบาลที่จัดส่งอาหารไปให้ผู้ป่วย ว่าทำไมอาหารดูไม่สมกับค่าอาหารที่ สปสช. จัดสรรให้เป็นรายหัวผู้ป่วย ที่เข้าสู่ระบบ Home Isolation โดย 1 คน สปสช. จะจ่ายตรงกับโรงพยาบาล หรือ คลินิกที่ดูแลผู้ป่วย คนละ 1,000 บาทต่อวัน ในจำนวนนี้ 400 บาท เป็นค่าอาหาร 3 มื้อ ส่งให้ผู้ป่วยถึงบ้าน

จ่ายเยียวยาคนทำงานสถานบันเทิง กว่า 100,000 คน
ส่วนการเยียวยา ลูกจ้างสถานบันเทิง กลุ่มคนทำงานกลางคืน ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการ ตามมาตรการควบคุมโรคของรัฐ

ล่าสุด สำนักงานประกันสังคม เริ่มทยอยโอนเงินเยียวยาให้แล้ว 116,000 คน คนละ 5,000 บาท ส่วนคนที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา เหลือเวลาวันนี้อีก 1 วัน โดยต้องสมัครเป็นผู้ประกันตน มาตรา 40 พร้อมชำระเงินสมทบ ให้ทันภายในวันนี้ ศุกร์ 14 มกราคม 2565 และให้ทางสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมถ์ หรือ สมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิง ที่จดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย หรือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้การรับรองว่าทำงานในสถานบันเทิงจริง ภายในวันที่ 28 มกราคมนี้เท่านั้น ก็จะมีสิทธิได้รับเงินเยียวยาเช่นกัน